⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1104-1105/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104-1105/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจะถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาได้ต่อเมื่อคดีอาญานั้นถึงที่สุดแล้ว และจำเลยในคดีแพ่งต้องเป็นจำเลยรายเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญานั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ที่ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้น หมายความว่าคดีส่วนอาญาได้ถึงที่สุดแล้วและจำเลยในคดีแพ่งก็ต้องเป็นจำเลยรายเดียวกันกับจำเลยในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้นด้วย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่านายเจริญกับพวกจำเลยฆ่านายประเวศตาย นายเจริญจำเลยกับพวกฎีการะหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายเจริญจำเลยตาย คดีส่วนตัวนายเจริญจำเลยเป็นอันระงับไป เมื่อมารดาและบุตรของนายประเวศผู้ตายฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนฐานนายเจริญจำเลยละเมิดเช่นนี้ ข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่งยังฟังลงไปทีเดียวไม่ได้ว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังมา เพราะคดีอาญานั้นยังไม่ถึงที่สุด ศาลฎีกาอาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นก็ได้ เมื่อเช่นนี้ ข้อเท็จจริงในข้อว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศอันจะถือตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ไม่มี ศาลจะพิพากษาคดีส่วนแพ่งให้ผู้รับมรดกความของนายเจริญจำเลยรับผิดฐานละเมิดไปเลยทีเดียวยังไม่ได้ต้องให้คู่ความในคดีแพ่ง นำสืบข้อเท็จจริงเช่นว่านี้กันไป คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในคดีอาญาว่านายบุญเราและนายมินทร์(ซึ่งไม่ได้เป็นจำเลยในคดีอาญานั้นด้วยเลย) มีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศ ต่อมามารดาและบุตรนายประเวศผู้ตายได้เป็นโจทก์ฟ้องนายบุญเราและนายมินทร์เป็นจำเลยในคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดเช่นนี้ศาลจะรับฟังข้อวินิจฉัยส่วนอาญาดังกล่าวแล้วของศาลชั้นต้นมาเป็นข้อเท็จจริงอันจะถือตามในคดีแพ่งนี้หาได้ไม่ เพราะนายบุญเราและนายมินทร์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าวนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.424 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.432

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๒ สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้ง ๒ สำนวนฟ้องว่า จำเลยได้สมคบกันจ้างวานนายรส นายตี๋ นายทองคำ ซึ่งได้ถูกต้องเป็นคดีอาญาแล้ว ใช้ปืนฆ่านายประเวศ โดยนายบุญเรากับนายมินทร์ จำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าจ้าง และนายเจริญ กับนายอ้วนจำเลยร่วมกันเป็นธุระจัดหาจ้างวานนายรสกับพวกมือปืนมาทำการฆ่านายประเวศ สำหรับนายบุญเรา นายมินทร์และนายอ้วน จำเลยไม่ถูกฟ้องคดีอาญา การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิด นางสาโจทก์เป็นมารดาผู้ตาย นางจันทร์สวยเป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ญ.ยุพิน บุตรผู้ตาย โจทก์ทั้ง ๒ สำนวนจึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำเลยทุกคนปฏิเสธ ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะนายอ้วนจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาโจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท กับค่าสินไหมทดแทนแก่นางจันทร์สวยเพื่อ ด.ญ.ยุพินโจทก์ ๙,๙๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นเฉพาะที่ให้ค่าสินไหมทดแทนแก่นางสาโจทก์เพื่อการเสียสุขภาพอนามัย ๕,๐๐๐ บาท เป็นให้ยกคำขอข้อนี้ นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วปรากฎว่าจำเลยในคดีแพ่งนี้ มีนายเจริญจำเลยคนเดียวที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับคนอื่นในคดีอาญาแดงที่ ๔๓๓-๔๓๔/๒๔๙๗ ของศาลชั้นต้น ในคดีอาญาเรื่องนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาว่านายเจริญจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๕๐(๓),๖๔ ให้ลงโทษประหารชีวิต นายเจริญจำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายเจริญจำเลยตาย คดีส่วนตัวนายเจริญจำเลยจึงเป็นอันระงับไป มีปัญหาว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งนี้ข้อเท็จจริงในข้อหาคดีอาญาว่านายเจริญจำเลยสมคบกับพวกฆ่านายประเวศนั้น จะรับฟังตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๔๖ อย่างไร ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อนายเจริญจำเลยตาย เป็นผลให้คดีอาญาส่วนของนายเจริญจำเลยเป็นอันระงับไปเช่นนี้ ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังมานั้น เพราะคดีอาญานั้นยังไม่ถึงที่สุด ศาลฎีกาอาจฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นก็ได้ เมื่อเช่นนี้ข้อเท็จจริงในข้อว่านายเจริญจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศอันจะถือตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ไม่มี ศาลจะพิพากษาในคดีส่วนแพ่ง ให้นายเจริญจำเลยรับผิดฐานละเมิดต่อโจทก์ไม่ได้ แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้โจทก์นำสืบในประเด็นที่เกี่ยวกับนายเจริญจำเลยเป็นผู้ทำละเมิด เพราะจะถือเอาตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่นายเจริญถูกฟ้อง โจทก์จึงมิได้นำสืบในประเด็นข้อนี้ จึงควรให้โจทก์ได้มีโอกาสนำสืบใหม่ในข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๓๓-๔๓๔/๒๔๙๗ ว่า นายบุญเราและนายมินทร์(จำเลยในคดีแพ่งแต่ไม่ได้เป็นจำเลยในคดีอาญา) มีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศนั้น จะรับฟังเป็นข้อเท็จจริงจะถือตามในคดีแพ่งนี้หาได้ไม่ เพราะนายบุญเราและนายมินทร์จำเลยไม่ได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าวนั้น พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่สมฟ้องในข้อหาว่านายบุญเราและนายมินทร์จำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่านายประเวศอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามฟ้อง พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับนายบุญเราและนายมินทร์จำเลย เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ คดีสำหรับนายเจริญจำเลยนั้นให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104 - 1105/2501 นางสา เดชะสิทธิ โจทก์ นายบุญเราที่ 1 นายเจริญ ที่ 2 นายมินทร์ ที่ 3 นายอ้วน ที่ 4 จำเลย นางจันทร์สวย มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ญ.ยุพิน โจทก์ นายมินทร์ ที่ 1 นายบุญเรา ที่ 2 นายเจริญ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสา เดชะสิทธิ · จำเลย - นายบุญเราที่ 1 นายเจริญ ที่ 2 นายมินทร์ ที่ 3 นายอ้วน ที่ 4 · โจทก์ - นางจันทร์สวย มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ญ.ยุพิน · จำเลย - นายมินทร์ ที่ 1 นายบุญเรา ที่ 2 นายเจริญ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · ดุลยการณ์โกวิท · ทรงนิติกรณ์.
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี เจริญพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1073/2473ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา