⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1237/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าได้ชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกแทนเจ้าหนี้ จำเลยมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าบุคคลภายนอกนั้นมีอำนาจรับชำระหนี้แทนเจ้าหนี้ตามกฎหมายแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระให้แก่นายขาบสามี โจทก์แล้ว นายขาบร้องสอดเข้ามารับว่าได้รับชำระไว้แทนโจทก์แล้ว วันชี้สองสถาน ศาลกำหนดหน้าที่ให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยแถลงว่าถ้าโจทก์ยอมรับว่าขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดิน นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยจำเลยก็ไม่นำสืบ โจทก์ยอมรับ คู่ความต่างไม่สืบพยาน ดังนี้ เมื่อจำเลยมีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมประเด็น ข้อต่อสู้กลับไม่สืบ จะอาศัยแต่เพียงการรับของโจทก์ว่าขณะทำสัญญาซื้อขาย นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยเท่านั้นไม่พอ หากจะฟังว่าขณะนั้นนายขาบเป็นสามีโจทก์ ก็ไม่ปรากฎว่าเป็นสามีที่ร้างกันหรืออยู่กินด้วยกันตามปกติ นามสกุลก็ใช้ต่างกัน เมื่อฟ้องคดี โจทก์ก็อ้างว่าเป็นหญิงหม้าย จำเลยมิได้นำสืบว่านายขาบยังเป็นสามีโจทก์อยู่ และมีอำนาจที่จะรับชำระหนี้แทนโจทก์ได้แต่อย่างใด การที่จำเลยอ้างว่าได้ทำการชำระหนี้รายนี้แก่นายขาบแม้จะเป็นจริง ก็ยังถือไม่ได้ว่าได้ทำการชำระหนี้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงต้องแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.315

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ซื้อที่ดินแต่ยังค้างชำระราคาอีก ๑๐,๐๐๐ บาท จึงทำสัญญากู้ให้โจทก์ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระขอให้จำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบีย จำเลยรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริง แต่ได้ชำระให้แก่นายขาบสามีโจทก์ ไปเสร็จแล้ว เมื่อจำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ นายขาบก็ได้ให้คำยินยอมในนิติกรรมนั้น จำเลยเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ จึงชำระหนี้รายนี้ให้นายขาบสามีโจทก์รับแทนไป นายขาบยื่นคำร้องเข้ามา กล่าวว่าเป็นสามีโจทก์ได้รับเงินรายนี้แทนโจทก์ไปจากจำเลยแล้ว และได้ทำใบเสร็จรับเงินให้แก่จำเลยไว้จริง วันชี้สองสถานศาลกำหนดหน้าที่ให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยแถลงว่าถ้าโจทก์ยอมรับว่าขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดิน นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วย จำเลยก็ไม่นำสืบ โจทก์ยอมรับตามนี้ คู่ความต่างไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย ๗๕๐ บาท ค่าทวงถาม ๑๐๐ บาท รวม ๑๐,๘๕๐ บาท แก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องตามศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าสัญญากู้มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โจทก์ควรได้ดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ๑/๒ ต่อปี เท่านั้น พิพากษาแก้เฉพาะในเรื่องดอกเบี้ยให้จำเลยใช้ดอกเบี้ย ๓๔๓ บาท ๗๕ สตางค์ นอกนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยจะต้องนำสืบให้สมตามประเด็นข้อต่อสู้ แต่จำเลยกลับไม่นำสืบ เพียงแต่การที่ฝ่ายโจทก์แถลงยอมรับว่า ขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดิน นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยเท่านั้นไม่เพียงพอ หากจะฟังว่าขณะนั้นนายขาบเป็นสามีโจทก์ ก็ไม่ปรากฎว่าเป็นสามีที่ร้างกันหรืออยู่กินด้วยกันตามปกติ นามสกุลก็ใช้ต่างกัน เมื่อฟ้องคดี โจทก์ก็อ้างว่าโจทก์เป็นหญิงหม้าย จำเลยมิได้นำสืบว่านายขาบยังเป็นสามีโจทก์อยู่และมีอำนาจที่จะรับชำระหนี้แทนโจทก์ได้แต่อย่างใด การที่จำเลยอ้างว่าได้ทำการชำระหนี้รายนี้แก่นายขาบ แม้จะเป็นความจริง ก็ยังถือได้ว่าได้ทำการชำระหนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2501 นางเริ่ม เอกาพันธ์ (หม้าย) โจทก์ นายพรหมทอง ชุมพล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเริ่ม เอกาพันธ์ (หม้าย) · จำเลย - นายพรหมทอง ชุมพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวิง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 7966/2544ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา