คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด แม้ผู้ครอบครองจะไม่ได้เป็นผู้ใช้โดยตรง แต่หากรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย ก็ต้องริบทรัพย์นั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยวิวาททำร้ายร่างกายจำเลยรับสารภาพ ศาลลงโทษจำคุกคนละ 3 เดือนจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอคืนปืนของกลาง ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้ใช้ปืนของกลางในการวิวาทและไม่ทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้นำปืนของกลางมาใช้ในการวิวาทแต่จำเลยที่ 1 ได้ร่วมรู้เห็นและลงมือกระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นการริบทรัพย์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะข้อริบปืน ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย พิพากษายืน คดีเช่นนี้จำเลยที่ 1 จะฎีกาว่าไม่รู้และมิได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 นำปืนไปใช้ในการวิวาทอีกต่อไปไม่ได้ เป็นการเถียงข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความตามฟ้องประกอบคำพยานโจทก์และคำให้การรับสารภาพของจำเลย ฟังได้ว่าจำเลยทั้ง ๕ สมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายกัน จำเลยที่ ๔ ถูกยิงสาหัส จำเลยที่ ๓ ถูกฟันบาดเจ็บ เจ้าพนักงานจับได้ปืนพกหนึ่งกระบอกกับคราดเหล็กหนึ่งอันเป็นของกลาง จำเลยที่ ๑ เคยต้องโทษมาแล้ว ๓ ครั้ง ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม.๒๕๘ ให้ลงโทษเมื่อลดกึ่งหนึ่งแล้ว คนละ ๓ เดือน ปรับคนละ ๑๐๐ บาท ส่วนข้อเพิ่มโทษนั้นเห็นว่าโทษเดิมเป็นโทษปรับและโทษจำที่ได้ยกและรอการลงโทษไว้ จึงเพิ่มโทษไม่ได้ ส่วนโทษในคดีนี้ให้รอการลงโทษ ไว้ภายใน ๓ ปี จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอคืนปืนของกลางโดยอ้างว่าเป็นปืนมีใบอนุญาต จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ใช้ในการวิวาทเป็นแต่มอบให้จำเลยที่ ๒ ไว้เฝ้าโรงนา จำเลยที่ ๒ นำมาใช้ในการวิวาทโดยจำเลยที่ ๑ ไม่ทราบ ศาลชั้นต้นเห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะไม่ได้ใช้ปืนของกลางในการวิวาท และไม่ทราบว่าจำเลยที่ ๒ ได้นำปืนของกลางมาใช้ในการวิวาท แต่จำเลยที่ ๑ ได้ร่วมรู้เห็นและลงมือกระทำผิดคดีนี้ด้วย จึงให้ริบปืนและคราดเหล็กของกลางเสีย
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์เฉพาะข้อริบปืน
ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยที่ ๑ ได้ร่วมรู้เห็นในการใช้อาวุธปืนยิงในขณะเกิดเหตุด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าของปืน ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย ปืนของกลางจึงเป็นของควรริบ จึงพิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ ๒ ใช้ปืนยิง จำเลยที่ ๑ จะคัดค้านว่าไม่รู้และมิได้อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ นำปืนไปใช้ในการวิวาท จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริง ต้องห้าม ให้ยกฎีกาจำเลยที่ ๑ เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2501
อัยการอยุธยา โจทก์
นายศิริ มณีรัตน์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการอยุธยา · จำเลย - นายศิริ มณีรัตน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · ทรงนิติกรณ์ · ชวน. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายจรัส สาระนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายห้วน ประชาบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา