⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 571/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับใช้กฎหมายอาญาใหม่ที่ให้ผลเป็นคุณแก่จำเลย แม้คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ก็สามารถนำมาใช้บังคับได้ โดยเฉพาะการกักขังแทนค่าปรับตามกฎหมายใหม่.

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาปรับ และให้บังคับตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 18 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะพิพากษาต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 ใช้บังคับ ศาลย่อมกักขังแทนค่าปรับตามกฎหมายใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย แม้คำพิพากษาที่ใช้กฎหมายเก่าจะถึงที่สุดไปแล้วก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้อง และจำเลยรับสารภาพว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร และฐานฆ่ากระบือโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2499 วางโทษจำเลยเมื่อลดแล้ว ให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 100 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 18 และในวันเดียวกันนั้นเอง ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา (หมายเหลือง) ไปตามนัยดังกล่าวแล้ว ครั้นวันที่ 1 มกราคม 2500 ศาลชั้นต้นได้ออกหมายเหลืองอีกฉบับหนึ่ง เปลี่ยนเรื่อง ไม่ชำระค่าปรับเป็นให้กักขังแทนค่าปรับตามมาตรา 30 มีกำหนดคนละ 20 วัน และต่อมาวันที่ 18 มกราคม 2500 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานเจ้าหน้าที่ว่าให้ออกหมายใหม่ ใช้วิธีการกักขังแทนค่าปรับและถืออัตรา 5 บาทต่อ 1 วัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2500 เป็นต้นไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่า คดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วจะแก้ไขคำพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีนั้นอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ออกหมายใหม่นั้นเป็นการมิชอบ ขอให้ศาลอุทธรณ์หักเงินแทนค่าปรับโดยคิดอัตราวันละ 1 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว จริงอยู่ตามธรรมดาเมื่อศาลใดได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใดไปแล้ว ศาลนั้นจะมีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำพิพากษานั้นอีกหาได้ไม่ เว้นแต่จะปรากฏว่ามีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ และมิได้มีการอุทธรณ์ หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น แต่อย่างไรก็ดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ได้บัญญัติเป็นข้อยกเว้นในกรณีที่กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดให้ศาลมีอำนาจกำหนดโทษเสียใหม่ได้ แม้ในบางกรณีที่คดีนั้นได้ถึงที่สุดไปแล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาและออกหมาย ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2499 ให้ใช้วิธีการจำคุกแทนค่าปรับ โดยอัตราวันละ 1 บาท ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลานั้น แต่ต่อมาได้มีคำสั่งลงวันที่ 18 มกราคม 2500 ให้ใช้วิธีการกักขังแทนค่าปรับและถืออัตรา 5 บาท ต่อหนึ่งวันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2500 (ซึ่งเป็นวันเริ่มใช้ประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่) เป็นต้นไป ศาลนี้เห็นว่า การจำคุกแทนค่าปรับตามกฎหมายลักษณะอาญาหรือการกักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา ก็เป็นโทษอย่างเดียวกัน การที่ประมวลกฎหมายอาญากำหนดการกักขังแทนค่าปรับโดยอัตรา 5 บาท ต่อหนึ่งวัน จึงเป็นโทษที่เบากว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะกำหนดเสียใหม่ได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ศาลนี้คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2501 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายสุข สุวรรณคีรี ที่ 1 นายคา ดวงแสง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายสุข สุวรรณคีรี ที่ 1 นายคา ดวงแสง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา