คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273-275/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท และจำเลยได้ยื่นฎีกาโดยอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการพิสูจน์ความจริงและกระทำโดยสุจริตนั้น แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ขัดต่อบทกฎหมายใดๆ ก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงที่จำเลยฎีกาว่าได้กระทำไปนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว และข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นสาระสำคัญในการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดี การที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการพิสูจน์ความจริงและกระทำโดยสุจริต จึงเป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกับข้อกฎหมายที่ศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว และเป็นกรณีที่ศ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด หาว่าจำเลยนำข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ แต่ก่อนฟ้องคดีแพ่ง โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในคดีอาญา หาว่าจำเลยโฆษณาหมิ่นประมาทในข้อความอย่างเดียวกัน และขอให้จำเลยพิสูจน์ความจริงด้วย ดังนี้ เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 46 เมื่อคดีอาญาฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้โฆษณาไปตามความเป็นจริง โดยสุจริต จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดในทางแพ่ง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี ๓ สำนวนนี้ ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน ได้ความว่า จำเลยที่ ๒, ๓ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ ได้นำข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทต่อบริษัทโจทก์ไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยจีนรายวัน เป็นการละเมิดต่อบริษัทโจทก์โดยผิดกฎหมายและเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โดยมีเจตนาจะทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทโจทก์ ทำให้บริษัทโจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติคุณตลอดจนทางทำมาหาได้และทางเจริญของบริษัทโจทก์ จึงฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้ว่า ข้อความที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์นั้น ไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ จำเลยมิได้กล่าวฝืนความจริง
ศาลแพ่งฟังว่า จำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์
พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้ง ๓ ร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ และโฆษณาข้อความลงในหนังสือพิมพ์รายวัน
โจทก์ฎีกา ขอค่าเสียหายเต็มตามฟ้อง
จำเลยฎีกา ขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์จริง แต่ข้อความที่จะฝ่าฝืนความจริงหรือไม่นั้น จำเลยยืนยันว่า ต้องฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญา ซึ่งก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้นำข้อความอย่างเดียวกันไปฟ้องจำเลยหาว่าหมิ่นประมาท โจทก์ต่อศาลอาญา ขอให้จำเลยพิสูจน์ความจริงด้วย ในคดีอาญา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้โฆษณาไปตามความจริงโดยสุจริต เพื่อป้องกันผลประโยชน์เกี่ยวกับการค้าของฝ่ายจำเลย คดี ๓ สำนวนนี้ เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อข้อเท็จจริงในคดีอาญาฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้โฆษณาเป็นความจริง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิด
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273 - 275/2502
บริษัทโรงงานยางไทยเยี่ยม จำกัด ฯลฯ โจทก์
บริษัทนานยางแมนูแฟกเจอริง กำปะนี จำกัด ฯลฯ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทโรงงานยางไทยเยี่ยม จำกัด ฯลฯ · จำเลย - บริษัทนานยางแมนูแฟกเจอริง กำปะนี จำกัด ฯลฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · สารรักษ์ประนาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายดนัย อินทรบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ หุตะสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา