⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4273-4274/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273-4274/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาคดีอาญาที่ถึงที่สุดแล้วว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด ย่อมผูกพันการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกันในประเด็นเดียวกัน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานปลอมเอกสาร เมื่อคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดโดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ปลอมเอกสาร ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งที่ว่าจำเลยได้ปลอมเอกสารหรือไม่ ซึ่งเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา โจทก์จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาดังกล่าว คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏผลของคดีในส่วนอาญาว่าเป็นประการใด ศาลจะต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์โดยร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิมีข้อความเป็นเท็จแล้วนำสืบอ้างเป็นพยานต่อศาล และร่วมกันอ้างและนำสืบจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 อันเป็นการอ้างและนำสืบพยานบุคคลอันเป็นเท็จในคดีหมายเลขแดงที่ 4198/2523 ของศาลชั้นต้น นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้เบิกความเป็นพยานในคดีดังกล่าวอันเป็นเท็จในประเด็นสำคัญด้วย จากการกระทำของจำเลยทั้งห้าทำให้ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหลงเชื่อพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี โจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นเงิน188,214,576.33 บาท จากการกระทำของจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นเงิน 191,842,765.14 บาทขอให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งห้าให้การว่า เอกสารตามฟ้องเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 เบิกความไปตามความเป็นจริง มิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเป็นฟ้องซ้ำ และดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามคดีหมายเลขดำที่ 17361/2525 และฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ตามคดีหมายเลขดำที่ 12077/2526 ต่อศาลอาญาในข้อหานำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เบิกความเท็จ ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารปลอมดังนั้นในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งที่ว่าจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันปลอมเอกสารหรือไม่ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนคงปรากฏผลเฉพาะคดีหมายเลขดำที่ 17361/2525 เท่านั้นว่าคดีถึงที่สุดโดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าเอกสารดังกล่าวมิใช่เอกสารปลอม คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 โจทก์จึงผูกพันตามคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มิได้ปลอมเอกสาร ส่วนคดีหมายเลขดำที่ 12077/2526 ไม่ปรากฏผลของคดีเป็นประการใด จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำนวน แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งห้ากระทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273 - 4274/2534 บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ กรุงเทพเคหะ จำกัด โจทก์ นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ กรุงเทพเคหะ จำกัด · จำเลย - นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายมนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา