คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาที่ถึงที่สุดแล้ว แม้คดีแพ่งจะถูกห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในการพิพากษาคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46ขณะที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในคดีแพ่งว่า เหตุรถชนเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดนั้น คดีส่วนอาญายังไม่ถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องถือตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แต่เมื่อคดีส่วนอาญามาถึงที่สุดในชั้นนี้ โดยที่โจทก์ได้ฎีกาปัญหานี้ขึ้นมา แม้คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาซึ่งถึงที่สุดแล้วว่า เหตุรถชนเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยฝ่ายเดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแอนโตนี ปูเลีย · จำเลย - หม่อมหลวงศุภวงศ์ เกษมสันต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกษา ปิยสิรานนท์ · บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกฤษณ์ ผือโย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด ไตรโสรัส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา