⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 705/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2502

พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ม.5 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์มิได้ดำเนินคดีอาญาตามที่กฎหมายบัญญัติโทษไว้ ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะดำเนินคดีทางแพ่งแก่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัย พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ฯ โดยกล่าวว่า จำเลยได้เข้าไปทำสัญญาผูกพันตนต่อเจ้าพนักงานแลกเปลี่ยนเงิน โดยรับรองขายเงินตราต่างประเทศให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากจำเลยได้ขอและรับอนุญาตให้ส่งสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตออกนอกราชอาณาจักร เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันนั้นแม้โจทก์จะมิได้ดำเนินคดีอาญาตามที่ พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ฯ บัญญัติโทษไว้ ก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะดำเนินคดีทางแพ่งแก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.5

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ตามกฎกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ ๔) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ความว่า ผู้ใดส่งของออกนอกราชอาณาจักร ต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศเป็นค่าของนั้น และเงินตรานั้นต้องเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิงก์ หรือดอลล่าห์สหรัฐอเมริกา หรือเงินตราที่เจ้าพนักงานกำหนด ประโยชน์สาธารณะ เงินปอนด์สเตอร์ลิงค์ หรือเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเงินตราที่เจ้าพนักงานกำหนดนั้น จะได้มาด้วยประการใด ๆ ก็ตาม ต้องขายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยผ่านธนาคารรับอนุญาต จำเลยได้ขอและรับอนุญาตให้ส่งสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตออกนอกประเทศ คิดเป็นเงิน ๑๗,๕๐๐ ปอนด์สเตอร์ลิงก์ จำเลยได้ทำสัญญาผูกพันตนต่อเจ้าพนักวานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยรับรองขายเงินตราต่างประเทศตามจำนวนดังกล่าวภายใน ๖ เดือน ครั้งครบ ๖ เดือน นับแต่จำเลยส่งสินค้า ออกทุกประเภทจำเลยได้ขายเงินตราต่างประเทศให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ๒ คราว คงค้างอยู่ ๑๗,๐๕๕ ปอนด์เสตอร์ลิงก์ จึงขอให้จำเลยขายเงินตราต่างประเทศที่ยังขาดอยู่ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า การฟ้องโดยอาศัยพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ฯ เป็นกฎหมายทางอาญา เพราะบัญญัติโทษไว้ แต่โจทก์ไม่ฟ้องเอาผิดแก่จำเลยทางอาญา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย นอกจากนั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้อื่นอีก ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยได้ยอมผูกพันตามโดยขอและรับอนุญาตในการส่งสินค้าออกไปขายและทำคำรับรองให้ไว้ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากโจทก์ จำเลยมิได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันนั้น แม้โจทก์มิดำเนินคดีทางอาญาแก่จำเลย ก็ไม่ตัดสิทธิจำดำเนินคดีทางแพ่งแก่จำเลยคดีนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2502 กระทรวงการคลัง (โดยพลเอกเภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ ฯ) กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนชื่อว่า บริษัทนำชน (โดยนายเสียวเนี้ย ฯ) กับ

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กระทรวงการคลัง (โดยพลเอกเภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ ฯ) กับพวก · กับ - ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนชื่อว่า บริษัทนำชน (โดยนายเสียวเนี้ย ฯ)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารรักษ์ประนาท · มนูภันย์วิมลสาร · วุฒินัยเนติศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสนาม นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา