⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 743/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องที่เพียงแต่เพิ่มเติมรายละเอียดให้ฟ้องเดิมชัดเจนขึ้น โดยไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงและไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้แหทำการประมงจับสัตว์น้ำในหนองนกกก อันเป็นหนองหวงห้ามและสาธารณประโยชน์รักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย (มิได้ระบุในฟ้องว่า หนองนั้นเป็นหนองประเภทที่ทางการประกาศหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามกฎหมายและไม่มีสำเนาประกาศนั้นติดท้ายฟ้อง) ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุมหรือไม่สมบูรณ์แต่อย่างใด ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องข้างต้นว่า หนองดังกล่าว เป็นหนองที่ทางการได้ประกาศหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามกฎหมายดังปรากฏตามสำเนาประกาศท้ายคำร้อง เช่นนี้ เป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อให้ฟ้องเดิมชัดเจนขึ้นเท่านั้น เมื่อฟ้องเดิมของโจทก์เป็นฟ้องอันชอบแล้ว การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องดังคำร้องที่โจทก์ยื่นเข้ามานี้ ศาลจะให้แก้หรือไม่ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลง ความประสงค์ของโจทก์ก็คงจะเพื่อได้ส่งสำเนาประกาศที่หวงห้ามจับสัตว์น้ำประกอบฟ้อง แต่ข้อนี้ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ เพราะแม้โจทก์จะไม่ได้ส่งสำเนาประกาศ แต่เมื่อโจทก์ได้ระบุมาในฟ้องเดิมแล้วว่า เป็นที่หวงห้ามรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำ โจทก์ก็ย่อมนำสืบได้ในทางพิจารณาอยู่ในตัวแล้ว คำร้องแก้ฟ้องของโจทก์จึงมิได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ต้องการจะแก้ฟ้องศาลก็ชอบที่จะให้โจทก์แก้ได้ตามความประสงค์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.7 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.8 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.9 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.62

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้แห ทำการประมงจับสัตว์น้ำในหนองนกกก อันเป็นหนองหวงห้ามและสาธารณประโยชน์ รักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘, ๙, ๑๒, ๖๒, ๖๙ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๗, ๘, ๙, ๑๐ นายแดงจำเลยรับสารภาพ ตามฟ้องนายใคจำเลยกับพวก รวม ๙ คน ปฏิเสธ โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่าหนองดังกล่าวเป็นหนองที่ทางการได้ประกาศหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามกฎหมาย ดังปรากฏตามสำเนาประกาศท้ายคำร้อง จำเลยคัดค้านว่า ไม่ควรอนุญาต ศาลชั้นต้น สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมฟ้อง งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว วินิจฉัยว่า ฟ้องไม่ปรากฏว่าหนองนกกกเป็นหนองประเภทใดแน่ เพราะโจทก์ไม่ได้ยื่นประกาศมาพร้อมฟ้อง เป็นการบรรยายฟ้องเคลือบคลุม ไม่สมบูรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องเดิมของโจทก์ได้บรรยายและระบุไว้แล้วว่า จำเลยทำผิด พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ และ ๙ ซึ่งบัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดทำการประมงในที่รักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี ส่วนตอนที่ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่า เป็นประเภทหนองหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามสำเนาประกาศท้ายคำร้องนั้น ก็เพื่อให้จำเลยเข้าใจฟ้องแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น การที่โจทก์เขียนฟ้องมีคำว่า สาธารณประโยชน์มาด้วยนั้น ไม่ทำให้ความสำคัญของฟ้องเสียไป เพราะที่สาธารณประโยชน์ใด เมื่อได้มีประกาศหวงห้ามจับสัตว์น้ำโดยชอบแล้ว บุคคลใดไปทำการประมงจับสัตว์น้ำในที่นั้น ก็ย่อมมีความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์มีข้อความสำคัญครบถ้วนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘แล้ว เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ไม่บกพร่อง หรือเคลือบคลุมตามข้อตัดฟ้องของจำเลย การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง และส่งสำเนาประกาศนั้น เป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อให้ฟ้องเดิมชัดเจนขึ้นเท่านั้น เมื่อฟ้องเดิมของโจทก์เป็นฟ้องอันชอบแล้ว การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องดังคำร้องที่โจทก์ยื่นเข้ามานี้ ศาลจะให้แก้หรือไม่ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลง ความประสงค์ของโจทก์ก็คงจะเพื่อได้ส่งสำเนาประกาศที่หวงห้ามจับสัตว์น้ำประกอบฟ้อง แต่ข้อนี้ ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะแม้โจทก์จะไม่ได้ส่งสำเนาประกาศ แต่เมื่อโจทก์ได้ระบุมาในฟ้องเดิมแล้วว่า เป็นที่หวงห้ามรักษาพืขพันธ์สัตว์น้ำ โจทก์ก็ย่อมนำสืบได้ในทางพิจารณาอยู่ในตัวแล้วคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์จึงไม่ได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ต้องการจะแก้ฟ้องศาลก็ชอบที่จะให้โจทก์แก้ได้ตามความประสงค์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลทั้งสอง โดยให้โจทก์แก้ฟ้องได้ตามคำร้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2502 อัยการจังหวัด นครพนม โจทก์ นายใด แพนสิงห์ กับพวก รวม 10 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัด นครพนม · จำเลย - นายใด แพนสิงห์ กับพวก รวม 10 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิบูลย์ไอศวรรย์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · สุทธิวาทนฤพุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายประสาท บุณยรังษี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา