⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 743/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2502

พ.ร.บ.การประมง ม.8, 9, 62 · พ.ร.บ.การประมง (ฉบับที่ 2) ม.7

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องที่เพียงแต่เพิ่มเติมรายละเอียดให้ฟ้องเดิมชัดเจนขึ้น โดยไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงและไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้แหทำการประมงจับสัตว์น้ำในหนองนกกก อันเป็นหนองหวงห้ามและสาธารณประโยชน์รักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย (มิได้ระบุในฟ้องว่า หนองนั้นเป็นหนองประเภทที่ทางการประกาศหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามกฎหมายและไม่มีสำเนาประกาศนั้นติดท้ายฟ้อง) ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุมหรือไม่สมบูรณ์แต่อย่างใด ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องข้างต้นว่า หนองดังกล่าว เป็นหนองที่ทางการได้ประกาศหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามกฎหมายดังปรากฏตามสำเนาประกาศท้ายคำร้อง เช่นนี้ เป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อให้ฟ้องเดิมชัดเจนขึ้นเท่านั้น เมื่อฟ้องเดิมของโจทก์เป็นฟ้องอันชอบแล้ว การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องดังคำร้องที่โจทก์ยื่นเข้ามานี้ ศาลจะให้แก้หรือไม่ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลง ความประสงค์ของโจทก์ก็คงจะเพื่อได้ส่งสำเนาประกาศที่หวงห้ามจับสัตว์น้ำประกอบฟ้อง แต่ข้อนี้ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ เพราะแม้โจทก์จะไม่ได้ส่งสำเนาประกาศ แต่เมื่อโจทก์ได้ระบุมาในฟ้องเดิมแล้วว่า เป็นที่หวงห้ามรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำ โจทก์ก็ย่อมนำสืบได้ในทางพิจารณาอยู่ในตัวแล้ว คำร้องแก้ฟ้องของโจทก์จึงมิได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ต้องการจะแก้ฟ้องศาลก็ชอบที่จะให้โจทก์แก้ได้ตามความประสงค์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.7 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.8 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.9 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.62

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้แห ทำการประมงจับสัตว์น้ำในหนองนกกก อันเป็นหนองหวงห้ามและสาธารณประโยชน์ รักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘, ๙, ๑๒, ๖๒, ๖๙ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๗, ๘, ๙, ๑๐ นายแดงจำเลยรับสารภาพ ตามฟ้องนายใคจำเลยกับพวก รวม ๙ คน ปฏิเสธ โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่าหนองดังกล่าวเป็นหนองที่ทางการได้ประกาศหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามกฎหมาย ดังปรากฏตามสำเนาประกาศท้ายคำร้อง จำเลยคัดค้านว่า ไม่ควรอนุญาต ศาลชั้นต้น สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมฟ้อง งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว วินิจฉัยว่า ฟ้องไม่ปรากฏว่าหนองนกกกเป็นหนองประเภทใดแน่ เพราะโจทก์ไม่ได้ยื่นประกาศมาพร้อมฟ้อง เป็นการบรรยายฟ้องเคลือบคลุม ไม่สมบูรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องเดิมของโจทก์ได้บรรยายและระบุไว้แล้วว่า จำเลยทำผิด พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ และ ๙ ซึ่งบัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดทำการประมงในที่รักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี ส่วนตอนที่ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่า เป็นประเภทหนองหวงห้ามไว้สำหรับรักษาพืชพันธ์สัตว์น้ำตามสำเนาประกาศท้ายคำร้องนั้น ก็เพื่อให้จำเลยเข้าใจฟ้องแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น การที่โจทก์เขียนฟ้องมีคำว่า สาธารณประโยชน์มาด้วยนั้น ไม่ทำให้ความสำคัญของฟ้องเสียไป เพราะที่สาธารณประโยชน์ใด เมื่อได้มีประกาศหวงห้ามจับสัตว์น้ำโดยชอบแล้ว บุคคลใดไปทำการประมงจับสัตว์น้ำในที่นั้น ก็ย่อมมีความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์มีข้อความสำคัญครบถ้วนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘แล้ว เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ไม่บกพร่อง หรือเคลือบคลุมตามข้อตัดฟ้องของจำเลย การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง และส่งสำเนาประกาศนั้น เป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อให้ฟ้องเดิมชัดเจนขึ้นเท่านั้น เมื่อฟ้องเดิมของโจทก์เป็นฟ้องอันชอบแล้ว การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องดังคำร้องที่โจทก์ยื่นเข้ามานี้ ศาลจะให้แก้หรือไม่ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลง ความประสงค์ของโจทก์ก็คงจะเพื่อได้ส่งสำเนาประกาศที่หวงห้ามจับสัตว์น้ำประกอบฟ้อง แต่ข้อนี้ ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบเพราะแม้โจทก์จะไม่ได้ส่งสำเนาประกาศ แต่เมื่อโจทก์ได้ระบุมาในฟ้องเดิมแล้วว่า เป็นที่หวงห้ามรักษาพืขพันธ์สัตว์น้ำ โจทก์ก็ย่อมนำสืบได้ในทางพิจารณาอยู่ในตัวแล้วคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์จึงไม่ได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ต้องการจะแก้ฟ้องศาลก็ชอบที่จะให้โจทก์แก้ได้ตามความประสงค์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลทั้งสอง โดยให้โจทก์แก้ฟ้องได้ตามคำร้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2502 อัยการจังหวัด นครพนม โจทก์ นายใด แพนสิงห์ กับพวก รวม 10 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัด นครพนม · จำเลย - นายใด แพนสิงห์ กับพวก รวม 10 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิบูลย์ไอศวรรย์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · สุทธิวาทนฤพุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายประสาท บุณยรังษี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา