คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลย แม้จะมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นภายหลังก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าชนรถ 3 ล้อ โดยประมาทแล้ว ผู้ตายซึ่งโดยสารมาในรถ 3 ล้อ ก็ตกกระเด็นลงไปล้มนอนอยู่ที่ทางรถราง พอดีกับรถรางแล่นมาถึงแล้วทับครูดไปในระยะ 1 วา รถรางจึงสามารถหยุดนิ่งได้ ทำให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บมากและถึงตายเพราะพิษบาดแผลนั้น โดยรถรางมิได้แล่นมาเร็วผิดธรรมดา กรณีเช่นนี้ถือว่า ความตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานสามล้อมที่นายมัยเป็นผู้ขับขี่และมีนางชิดนั่งมา จนล้มตะแคง นางชิดตกจากรถกลิ้งเข้าไปในทางรถราง พอดีกับนายบุญศรี ขับรถรางมาในระยะกระชั้นชิด ไม่สามารถห้ามล้อได้ทัน รถรางจึงชนและครูดร่างกายนางชิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงแก่คงามตายขอให้ลงโทษ
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้ชนรถสามล้อที่นายมัยขับ เหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายมัยผู้ขับขี่รถสามล้อตกลงไปในรางรถรางและรถคว่ำลงไป
ศาลอาญาพิจารณาเห็นว่า การตายมิได้เกิดเพราะถูกรถรางครูด ความตายจึงไม่ใช่ผลโดยตรงจากการขับรถโดยประมาทของจำเลย และในข้อที่ว่า รถรางจะสามารถห้ามล้อให้รถหยุดได้ทันหรือไม่นั้น พยานโจทก์ยังมีลักษณะอาจเป็นไปได้ทั้งสองนัย ควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ขณะนางชิตตกจากรถสามล้อกลิ้งอยู่ในรางรถนั้น รถรางยังอยู่ห่าง ๔ วา รถรางแล่นมาตามราง แม้ในอัตราไม่เร็วนัก ก็ยากที่จะหยุดได้ทัน เพราะคนขับรถรางคงไม่คาดคิดว่าจะมีคนอยู่ในรางในระยะกระชั้นชิดเช่นนั้น การตายของนางชิดจึงเป็นผลโดยตรงจากประมาทของจำเลย พิพากษากลับศาลชั้นต้นว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๒ และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙ (๔), ๖๖ แต่ให้ลงโทษด้วยบทหนัก คือ กฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๒ จำคุกจำเลย ๑ ปี คำขอให้สั่งถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย เห็นว่ายังไม่สมควรสั่งถอน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า เมื่อจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าชนรถ ๓ ล้อ โดยประมาทแล้ว ผู้ตายซึ่งโดยสารมาในรถ ๓ ล้อ ก็ตกกระเด็นลงไปล้มนอนอยู่ที่ทางรถราง พอดีกับรถรางแล่นมาถึงแล้วทับครูดไปในระยะ ๑ วา รถรางจึงสามารถหยุดนิ่งได้ ทำให้นางชิตได้รับบาดเจ็บมากและถึงตายเพราะพิษบาดแผลนั้น โดยรถรางมิได้แล่นมาเร็วผิดธรรมดา กรณีเช่นนี้ถือว่า ความตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลย
แต่คำรับชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ โดยให้ลดโทษจำเลย ๑ ใน ๓ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๕๙ คงจำคุกจำเลย ๘ เดือน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2503
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายณรงค์ มหมัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายณรงค์ มหมัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิวาทนฤพุฒิ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายเรือง กาเล็ก · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา