⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1283/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยให้ลดลงกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานยักยอกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำเลยยักยอกเงิน 2 ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน จำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี ดังนี้ถือว่าแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 23/2503) (ควรเทียบดูฎีกาที่ 619/2499)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษจำเลยซึ่งเป็นสมุห์บัญชีของสมาคมกรรมกรไทย ในข้อหายักยอกเงินของสมาคมกรรมกรไทย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓, ๗๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๕๒, ๓๕๓ กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินสามแสนบาทให้แก่สมาคมกรรมกรไทยด้วย จำเลยปฏิเสธ ศาลอาญาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยักยอกเงินของสมาคมกรรมกรไทยไปสามแสนบาทจริงตามฟ้อง จำเลยมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๔, ๓๑๙ โดยฐานมีหน้าที่โดยตรง และโจทก์ขอเพียงมาตรา ๓๑๔ ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย จึงให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ จำเลยยักยอกเงิน ๒ ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน จำคุกจำเลยกระทงละ ๒ ปี ๖ เดือน รวม ๒ กระทง ๕ ปีให้จำเลยคืนหรือใช้เงินสามแสนบาทให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ยักยอกเงินของสมาคมกรรมกรไทยไปจริงตามฟ้อง จำเลยได้รับมอบโดยเฉพาะให้ไปรับเงินจากกรมประชาสงเคราะห์และรับมอบเช็คให้ไปเบิกเงินจากธนาคารแล้วจำเลยยักยอกเอาเสีย จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๔ ไม่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ และพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยกระทงละ ๑ ปี ๖ เดือน รวมจำคุกจำเลย ๓ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ๔ ข้อ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาดังกล่าวข้างต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้นั้น โดยมติที่ประชุมใหญ่ถือว่า แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๘ ฎีกาข้อ ๑ ถึง ข้อ ๓ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้าม ส่วนฎีกาข้อ ๔ ที่ว่า สมาคมกรรมกรไทยถูกคณะปฏิวัติขีดชื่อออกจากทะเบียนสิ้นสภาพนิติบุคคลแล้ว อัยการหมดอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น จำเลยมิได้อุทธรณ์ จะยกขึ้นมาในชั้นฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2503 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายประยูร ชลายนเดชะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายประยูร ชลายนเดชะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ประจักษ์ศุภอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอดุล รัตนบิณฑะ · ศาลอุทธรณ์ - นายหรุ่น แขวงโสภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา