คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โรงฆ่าสัตว์และที่ตั้งวางลังไม้เพื่อพักสุกร ไม่ถือเป็นสถานการค้าอันจะพึงประเมินเรียกเก็บภาษีการค้า
ย่อคำพิพากษา
โรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลและที่ตั้งวางลังไม้ซึ่งไม่ใช่แผงลอยจำหน่ายเนื้อ สุกรข้างถนน ไม่เป็น สถานการค้า อันจะพึงประเมินเรียกเก็บภาษีการค้า เพราะความจริงเป็นเรื่องลูกค้ามารับสุกรของจำเลยที่โรงฆ่าสัตว์ ที่จำเลยเอาเนื้อสุกรมาวางไว้บนลังก็เป็นแต่เอามาพักรอไว้เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลรัษฎากร ม.78 ประมวลรัษฎากร ม.79 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์ และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2502 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์ และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2502 ม.6
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับอนุญาตฆ่าสุกร ซึ่งต้องฆ่าในโรงฆ่าสัตว์ ของเทศบาลเมืองยะลา เสร็จแล้วนำเนื้อสุกรออกวางบนลังไม้ข้างถนนเพื่อส่งให้ลูกค้า โรงฆ่าสัตว์และที่วางลังไม่ดังกล่าว ไม่เป็นสถานการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ แต่จำเลยว่าเป็นสถานการค้าและประเมินค่ารายปีเกิน ๑๒๐ บาท ให้โจทก์เสียภาษีการค้า ขอให้ศาลสั่งว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานการค้า ให้จำเลยงดเก็บภาษี
จำเลยให้การว่า โรงฆ่าสัตว์และที่ดินที่โจทก์ตั้งลังวางเนื้อสุกรจำหน่ายเป็นสถานการค้า มีค่ารายปีกว่า ๑๒๐ บาท โจทก์จึงต้องเสียภาษีตามที่จำเลยประเมินโจทก์อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ทั้งมิได้ฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย จึงฟ้องจำเลยไม่ได้
ศาลชั้นต้นสอบ คู่ความรับว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้ขาดให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว
ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง เพราะโจทก์มิได้ฟ้องผู้ว่า ราชการจังหวัด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นสรรพากรจังหวัดผู้ประเมินเท่านั้น แต่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีต่อไปแล้วพิพากษาใหม่
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โรงฆ่าสัตว์และที่วางลังของโจทก์เป็นสถานการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ และมีค่ารายปีตั้งแต่ ๑๒๐ บาท ขึ้นไป จำเลยเรียกเก็บภาษีถูกต้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาว่า กรณีเช่นคดีนี้ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๓/๒๕๐๒ วินิจฉัยว่าโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลเป็นสถานสาธารณสำหรับผู้ได้รับอนุญาตฆ่าสัตว์ต้องนำสัตว์เข้าไปฆ่า โจทก์หามีเอกสิทธิใด ๆ เป็นขอตนโดยเฉพาะไม่ เทศบาลต่างหากเป็นผู้มีโรงฆ่าสัตว์ไว้ให้บรรดาผู้รับอนุญาตฆ่าสัตว์นำสัตว์มาฆ่าตามที่กฎหมายบังคับไว้ จะเกณฑ์ให้เป็นสถานการค้าของผู้นำสัตว์มาฆ่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ ไม่ได้ ตามกฎหมายนี้ แม้แต่รถหรือเรือซึ่งไม่ต้องจดทะเบียนและยานพาหนะอื่นที่เคลื่อนที่ด้วยกำลังคนหรือสัตว์ แม้ใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้า ก็ไม่ถือเป็นสถานการค้า การวางเนื้อสุกรบนลังเพื่อลูกค้ารับไปจำหน่าย อันเป็นลักษณะเดียวกับการเก็บสินค้า จึงเห็นได้ว่า ไม่เป็นสถานการค้าเช่นกัน แม้แต่แผงลอยที่ค้าเฉพาะอาหารหรือของสด ประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๔ ทวิ ก็ยังให้เสียภาษีเพียงกึ่งอัตรา เพียงแต่วางเนื้อสุกรขายบนลังไม้ข้างถนน ซึ่งไม่ใช่แผงลอย ก็เห็นได้ชัดว่า กฎหมายไม่ประสงค์เก็บภาษีเลย ตามบันทัดฐานที่มีอยู่ดังนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นว่า โรงฆ่าสัตว์ไม่เป็นสถานการค้าของจำเลยอันจะพึงประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าจากจำเลย ส่วนการที่จำเลยเอาเนื้อสุกรไปตั้งที่ลังไม้
จะถือว่าลังไม้นี้เป็นสถานที่ค้าก็มิได้ มิฉะนั้นแล้ว เอาเนื้อสุกรไปวางที่ใด ก็จะเป็นสถานที่ค้าไปหมด ความจริงเป็นเรื่องลูกค้ามารับสุกรของจำเลยที่โรงฆ่าสัตว์ ที่จำเลยเอาเนื้อสุกรมาวางไว้บนลัง ก็เป็นแต่เอามาพักรอไว้เท่านั้น ลังไม้นั้นจึงไม่ใช่สถานการค้าแต่ประการใด
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยงดเก็บภาษีการค้าของโจทก์ตามฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2503
นายเชย ศรีกระจ่าง โจทก์
นายมังกร อุทัย สรรพากร จังหวัดยะละ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเชย ศรีกระจ่าง · จำเลย - นายมังกร อุทัย สรรพากร จังหวัดยะละ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · สารนัยประสาสน์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยะลา - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร คชธีระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา