⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 696/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฝ่ายที่รับจะนำสืบก่อน ต้องนำสืบก่อน โดยไม่ต้องคำนึงถึงหน้าที่นำสืบตามรูปคดี 2. ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ศาลจะถือเป็นเด็ดขาดไม่ได้ หากคู่ความมิได้ตกลงให้ถือเอาเป็นข้อแพ้ชนะคดี

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคู่ความฝ่ายใดรับจะนำสืบก่อนฝ่ายนั้นก็ต้องนำสืบก่อน โดยไม่ต้องคำนึงว่าตามรูปคดีเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดจะต้องนำสืบก่อน แม้โจทก์เป็นฝ่ายขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ลายเซ็นต์ผู้ทำพินัยกรรม แต่ถ้าโจทก์จำเลยมิได้ตกลงท้ากันให้ถือเอาความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นข้อแพ้ชนะคดีเช่นนี้ จะถือเอาผลการตรวจพิสูจน์นั้น เป็นเด็ดขาดไม่ได้ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้ เป็นแต่เพียงพยานหลักฐานอันหนึ่งในบรรดาพยานหลักฐานทั้งหลายอื่นที่โจทก์อาจนำสืบเพื่อแสดงว่าพินัยกรรมนั้นปลอม ลำพังแต่เพียงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ยังไม่เป็นเหตุเพียงพอที่ศาลจะชี้ขาดความแท้จริงหรือความถูกต้องแห่งพินัยกรรมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 126

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.126 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.129 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.130 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกมรดกทั้งหมดซึ่งอยู่ที่จำเลย โดยอ้างว่าโจทก์คนเดียวเป็นบุตรของนายบินตาเจ้ามรดก ส่วนจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมที่ไม่ได้จดทะเบียน จำเลยต่อสู้ว่า ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลยแต่ผู้เดียวตามสำเนาพินัยกรรมท้ายฟ้อง โจทก์ตรวจพินัยกรรมแล้วคัดค้านว่าพินัยกรรมปลอม และว่าแม้จะฟังเป็นอย่างอื่น พินัยกรรมก็ไม่สมบูรณ์ เพราะมีการขีดฆ่าแก้ไขโดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ครั้งแรกโจทก์รับนำสืบก่อน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าหน้าที่นำสืบก่อนควรตกแก่จำเลย ขอให้ศาลสั่งใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยอ้างเหตุว่าโจทก์ยอมรับนำสืบก่อนเป็นอันยุติในเรื่องประเด็นหน้าที่นำสืบแล้ว และตามประเด็นที่โต้แย้งเห็นได้ว่า โจทก์อ้างสิทธิในกองมรดก เมื่อจำเลยปฏิเสธสิทธิของโจทก์โดยอ้างพินัยกรรมมายัน ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบก่อน ก่อนวันสืบพยาน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ผู้เชี่ยวชาญกองวิทยาการกรมตำรวจทำการพิสูจน์ลายเซ็นผู้ทำพินัยกรรม ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งไป ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์แล้วรายงานว่า ลายเซ็นคล้ายคลึงใกล้ชิดกันมาก เชื่อว่าเป็นลายเซ็นของคน ๆ เดียวกัน โจทก์แถลงไม่ติดใจให้ผู้เชี่ยวชาญเบิกความด้วยวาจา แต่ขอสืบพยานบุคคลอื่นเพื่อหักล้างพินัยกรรม จำเลยแถลงคัดค้าน ศาลสอบคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยาน ๒ ฝ่าย และพิพากษาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๒๖ ศาลชี้ขาดข้อโต้เถียงในเรื่องความแท้จริงของเอกสารได้แล้ว เมื่อผลการตรวจพิสูจน์ลายเซ็นผู้ทำพินัยกรรมกลับไปสมข้างจำเลยก็ต้องฟังว่า พินัยกรรมที่จำเลยอ้างเป็นเอกสารแท้จริง และเห็นว่าการขีดฆ่าถ้อยคำบางแห่งในพินัยกรรม ไม่ทำให้พินัยกรรม เสียไป โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอามรดกจากจำเลยได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ชอบที่จะขอแก้ไขถ้อยคำของตนที่แถลงรับเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบได้ และตามรูปคดีก็เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบก่อน ทั้งโจทก์ชอบที่จะนำพยานหลักฐานอื่นมาสืบประกอบคดีได้ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องหน้าที่นำสืบนั้น เมื่อคู่ความฝ่ายใดรับจะนำสืบก่อนฝ่ายนั้นก็ต้องนำสืบก่อน โดยไม่ต้องคำนึงว่าตามรูปคดีเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดจะต้องนำสืบก่อน (เทียบฎีกา ๘๘๙/๒๔๘๗) คดีนี้โจทก์อ้างเหตุแต่เพียงว่า หน้าที่นำสืบควรตกแก่จำเลย จึงยังไม่น่าจะสั่งเปลี่ยนแปลงหน้าที่นำสืบตามที่โจทก์ขอ ส่วนเรื่องความแท้จริงของพินัยกรรมนั้น แม้ฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ลายเซ็นผู้ทำพินัยกรรม แต่ถ้าโจทก์จำเลยมิได้ตกลงท้ากันให้ถือเอาความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นข้อแพ้ชนะคดีกัน จะถือว่าโจทก์เลือกเสี่ยงพิสูจน์ทางนี้แล้วต้องถือตามผลการตรวจพิสูจน์นั้นเป็นเด็ดขาดยังไม่ได้ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในเรื่องลายเซ็นเช่นนี้ เป็นแต่เพียงพยานหลักฐานอันหนึ่งในบรรดาพยานหลักฐานทั้งหลายอื่นที่โจทก์อาจนำสืบเพื่อแสดงว่าพินัยกรรมนั้นปลอม ยังไม่เป็นเหตุเพียงพอที่ศาลจะชี้ขาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๒๖ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์ชอบที่จะนำพยานหลักฐานอื่นมาสืบประกอบคดีอีกได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยเป็นฝ่ายนำสืบก่อน คงให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาต่อไป โดยให้โจทก์นำสืบก่อนตามที่แถลงรับไว้ เว้นแต่จะมีกรณีเปลี่ยนแปลงในกระบวนพิจารณา ซึ่งสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2503 นายอ้าย คำมา โจทก์ นางปั๋น คำมา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอ้าย คำมา · จำเลย - นางปั๋น คำมา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสนาม นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 685/2550ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 338/2519ฎีกา 8875/2542ฎีกา 149/2526ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา