คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้มาซึ่งสิทธิภารจำยอมโดยอายุความนั้น เจ้าของสามยทรัพย์จะต้องใช้ทางพิพาทนั้นเป็นทางจำเป็นหรือทางสาธารณูปโภคติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี
ย่อคำพิพากษา
ผู้เช่าที่ดินปลูกบ้านอยู่ในที่ดินที่เช่า ไม่ใช่เจ้าของสามยทรัพย์ที่จะอ้างได้สิทธิภารจำยอมในทางเดิน ภารจำยอมเป็นทรัพยสิทธิ ผู้เช่าจะกล่าวอ้างได้ก็ต้องเป็นกรณีที่มีผู้ละเมิดต่อสิทธิในการใช้ทางเดินของผู้เช่าเท่านั้น
เจ้าของสามยทรัพย์ซึ่งใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินผ่านเข้าออกนั้น ถ้าใช้ยังไม่ถึง 10 ปี ย่อมไม่ได้สิทธิภารจำยอมในทางอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องมีใจความว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ มีเคหสถานบ้านเรือนอยู่ในตรออกด้วยกัน โจทก์อยู่ในที่ดินแปลงที่ลึกเข้าไปในตรอก จำต้องใช้ทางเดินเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยที่ ๑ สู่ถนนใหญ่ ทางเดินนี้ประชาชนผู้อยู่ในที่ดินแปลงในรวมทั้งโจทก์และผู้เช่าบ้านของโจทก์ใช้เดินทางมากกว่า ๑๐ ปีแล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสองจึงได้ปิดทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยที่ ๑ เสีย จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยเปิดทางเดิน
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินที่เช่านางกี๋ ที่อยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ ๑ โจทก์เพียงอาศัยสิทธิการเช่าอยู่ในที่ดินนางกี๋ มีฐานะเป็นบริวาร หาใช่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ไม่ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าที่ดินของนางกี๋ โจทก์ไม่ใช่เจ้าของสามยทรัพย์ที่จะเรียกร้องเอาได้เพราะภารจำยอมเป็นทรัพยสิทธิ หากผู้เช่าจะกล่าวอ้างได้ก็ต้องเป็นกรณีที่มีผู้ละเมิดต่อสิทธิในการใช้ทางเดินของผู้เช่า เพราะผู้เช่านะรื้อย้ายไปเสียเมื่อไรก็ได้ แต่ในเรื่องละเมิดหรือทางจำเป็น โจทก์ก็ได้ขอถอนเสียแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ที่โจทก์กล่าวอ้างว่า เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ซึ่งอยู่ติดต่อกับที่ดินของนางกี๋ย่อมทำให้โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมในทางพิพาทด้วยนั้น การจะเป็นเช่นที่โจทก์กล่าวอ้างได้ ก็โดยอาศัยหลักอายุความได้สิทธิกล่าวคือ ได้ใช้ทางพิพาทนี้มาเป็นเวลา ๑๐ ปี แต่ก็ปรากฏว่าโจทก์เพิ่งปลูกบ้านให้เช่าก่อนหน้าฟ้องคดีนี้มาได้เพียงปีเดียว ทั้งยังได้ความว่า มีแต่โจทก์กับครอบครัวกับนางกี๋และนายประมวลซึ่งเช่าที่ดินของนางกี๋เท่านั้นเคยใช้ทางพิพาท และก็ใช้มายังไม่ถึง ๑๐ ปี จึงยังไม่ได้สิทธิภารจำยอมในทางอายุความตามมาตรา ๑๔๐๑ ประกอบด้วย มาตรา ๑๓๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ชอบด้วยรูปคดีแล้ว
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2503
นายบุญเดช รักธรรม โจทก์
นางอวบ สุทธิเทศ ที่ 1 นายเจริญ โพธิจันทร์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญเดช รักธรรม · จำเลย - นางอวบ สุทธิเทศ ที่ 1 นายเจริญ โพธิจันทร์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · ประกอบ หุตะสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายบุศย์ ขันธวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา