⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 862/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 862/2503

ป.อาญา ม.68, 268, 288 · ป.วิ.อาญา ม.172, 174, 226

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีอาญา จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ หรือซักค้านพยานโจทก์ในประเด็นนั้นมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าคน แม้ว่าจำเลยจะให้การปฏิเสธลอย ๆ และจำเลยไม่ได้ซักค้านพยานโจทก์ในเรื่องป้องกันตัว จำเลยก็นำสืบในเรื่องป้องกันตัวได้ เพราะกระบวนพิจารณาความในคดีอาญาต่างกับในคดีแพ่ง ในคดีอาญา จำเลยไม่ยอมให้การอย่างใดเลย ก็ไม่เป็นไรและไม่ว่าจำเลยจะให้การต่อสู้อย่างไร หรือไม่ให้การเลย ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามฟ้องก่อนเสมอไป และหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยมีอำนาจนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของจำเลยได้ เมื่อเป็นดังนี้ จำเลยในคดีอาญาจึงมีอำนาจนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ของจำเลยได้โดยไม่จำเป็นต้องให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ และไม่จำต้องซักค้านพยานโจทก์ในเรื่องที่จำเลยจะนำพยานเข้าสืบต่อไปไว้เลยก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันฆ่านายปั่นบุตรโจทก์โดยมีการไตรตรองมาก่อน ขอให้ลงโทษ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ตลอดข้อหา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกันว่า จำเลยที่ ๑ ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ จำเลยที่ ๒ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้อง ในข้อกฎหมาย โจทก์ฎีกาว่าจำเลยให้การปฏิเสธลอยๆต้องถือว่าไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบว่ากระทำเพื่อป้องกันตัว ศาลฎีกาเห็นว่า กระบวนพิจารณาความในคดีอาญาต่างกันในคดีอาญา ต่างกับในคดีแพ่ง ในคดีอาญา จำเลยไม่ยอมให้การอย่างใดเลย ก็ไม่เป็นไร และไม่ว่าจำเลยจะให้การต่อสู้อย่างไรหรือไม่ให้การเลย ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามฟ้องก่อนเสมอไป และหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยมีอำนาจนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของจำเลยได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ และ ๑๗๔) เมื่อหน้าที่นำสืบในคดีอาญาซึ่งกฎหมายบัญญัติ ไว้เป็นเช่นนี้ จำเลยในคดีอาญาจึงมีอำนาจนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ของจำเลยได้โดยไม่จำเป็นต้องให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ และไม่จำต้องซักค้านพยานโจทก์ในเรื่องที่จำเลยจะนำพยานเข้าสืบต่อไปไว้เลยก็ได้ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 862/2503 นายจันทร์ กลางสวัสดิ์ โจทก์ นายขุน อาพัดนอก ที่ 1 นางสาวสังเวียน อาพัตนอกที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจันทร์ กลางสวัสดิ์ · 1 - นายขุน อาพัดนอก ที่ · จำเลย - นางสาวสังเวียน อาพัตนอกที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายรัตน์ ศรีไกรวิน · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2530/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 226/2529ฎีกา 1079/2497ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 551/2514ฎีกา 5712/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2709/2538ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3361/2536ฎีกา 2724/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา