⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1101/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่าที่ตกอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สามารถกระทำได้โดยการสละเจตนาครอบครองและส่งมอบทรัพย์ที่ครอบครองตามมาตรา 1377, 1378 หากประสงค์ให้ผลของนิติกรรมสมบูรณ์ ต้องทำตามแบบที่มาตรา 1299 วรรคแรกกำหนด สัญญาที่บิดายกที่ดินให้บุตร โดยบุตรต้องให้ข้าวเปลือกเป็นรายปีและค่าทำศพบิดา ถือเป็นสัญญประนีประนอมยอมความที่มีภาระติดพัน จึงถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การโอนสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่าที่มิใช่มีมาแต่ดั้งเดิม แต่เป็นที่ดินมือเปล่าที่ตกอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นั้น กระทำได้ด้วยการสละเจตนาครอบครองและส่งมอบทรัพย์ที่ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377,1378 หาขัดกับมาตรา 1299 วรรคแรกไม่ เพราะมาตรา 1299 ได้บัญญัติให้มาตรา 1299 วรรคแรกอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่น ฉะนั้น เมื่อมีมาตรา 1377,1378 บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ถ้าผู้โอนและผู้รับโอนประสงค์จะทำการโอนโดยผลของนิติกรรม ไม่ใช่โดยสละและส่งมอบ ก็ต้องทำนิติกรรมให้ถูกแบบดังบัญญัติไว้ในมาตรา 1299 วรรคแรก นิติกรรมนั้นจึงจะสมบูรณ์ในอันที่จะโอนสิทธิครอบครองไปได้ บุตรเอาที่ดินมือเปล่าของบิดาไปแจ้งสิทธิครอบครอง บิดาร้องอำเภอ จึงตกลงทำสัญญาที่อำเภอว่าบิดายกที่ดินให้บุตร แต่บุตรต้องให้ข้าวเปลือกเป็นรายปี และค่าทำศพบิดา ดังนี้ถือว่าเป็นสัญญประนีประนอมยอมความซึ่งมีผลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 มิใช่เป็นการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 521 อีกทั้งเป็นการให้ที่มีภาระติดพันตามมาตรา 535 จึงถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณไม่ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24-25/2504)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.535 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นบุตรได้เอานาของโจทก์ไปแจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑) โจทก์ร้องอำเภอว่ากล่าว จำเลยยอมคืนให้โจทก์ ๆ จึงยอมให้จำเลยครอบครองนาต่อไปโดยโจทก์ยกให้ แต่จำเลยต้องให้ข้าวเปลือกโจทก์ปีละ ๕๐ ถัง กับเมื่อโจทก์ตาย จำเลยต้องออกเงินค่าทำศพอีก ๑,๕๐๐ บาท แต่ยังมิได้จดทะเบียนการให้ ต่อมาจำเลยขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่นา แล้วจำเลยด่าหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง เป็นการเนรคุณ จึงขอให้เพิกถอนหนังสือยอมความยกนาให้จำเลยคืนนาแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ทำสัญญายกนาให้จำเลยๆ จะให้ข้าวเปลือกและค่าทำศพจริง การให้นี้มีค่าภาระติดพัน โจทก์เพิกถอนเพราะเหตุเนรคุณไม่ได้ จำเลยมิได้ประพฤติเนรคุณ ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความรับกันว่า โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยโดยทำสัญญายอมความที่อำเภอ แต่ไม่ได้จดทะเบียนการให้ ศาลสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมที่ทำไว้เป็นแต่สัญญาจะยกให้ ยังไม่ได้จดทะเบียน จึงไม่สมบูรณ์ เป็นโมฆะ โจทก์เรียกนาคืนได้ พิพากษาว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์สละการครอบครองให้จำเลยและโอนกันได้โดยการส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๗, ๑๓๗๘ ไม่ต้องจดทะเบียน การยกนาพิพาทดังกล่าวสมบูรณ์แล้วพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญ สัญญาที่คู่ความทำที่อำเภอเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้น ผลของสัญญานี้ก็คือ โจทก์จำเลยได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ ส่วนข้อที่ศาลล่างวินิจฉัยแตกต่างกันมาในข้อที่มิได้จดทะเบียนการโอน จำเลยจะได้สิทธิครอบครองที่พิพาทหรือไม่นั้น ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าคดีนี้เป็นกรณีพิพาทระหว่างผู้โอนและผู้รับโอนหาเกี่ยวถึงสิทธิของบุคคลที่สามไม่ และที่รายพิพาทก็เป็นที่ดินมือเปล่าที่มิใช่มีมาแต่ดั้งเดิมอันจะต้องระลึกถึงกฎหมายเก่าว่าสิทธิของผู้ที่เรียกว่าเป็นเจ้าของเป็นเพียงสิทธิครอบครองหรือสิทธิอะไร หากแต่เป็นที่ดินมือเปล่าตกอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งสิทธิในที่นี้เป็นแต่เพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น และสิทธิครอบครองนี้ก็มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๗ และ ๑๓๗๘ บัญญัติไว้ว่า ถ้าผู้มีสิทธิครอบครองส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครองให้แก่ผู้อื่นโดยผู้มีสิทธิครอบครองเจตนาสละและโอนให้แก่ผู้รับแล้ว ผู้รับก็ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองนั้น ซึ่งหาขัดกับมาตรา ๑๒๙๙ วรรคแรกไม่ เพราะในมาตรา๑๒๔๙ นี้เองได้บัญญัติให้มาตรา ๑๒๔๙ วรรคแรกอยู่ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่น ฉะนั้น เมื่อมีมาตรา ๑๓๗๗, ๑๓๗๘ บัญญัติไว้โดยเฉพาะเช่นนี้ การก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ถ้าผู้โอนและผู้รับโอนประสงค์จะทำการโอนโดยผลของนิติกรรม ไม่ใช่โดยสละและส่งมอบ ก็ต้องทำนิติกรรมให้ถูกต้องตามแบบดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๙๙ วรรคแรก นิติกรรมจึงจะสมบูรณ์ในอันที่จะโอนสิทธิครอบครองไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การโอนสมบูรณ์โดยไม่ต้องจดทะเบียน จึงเป็นการชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าได้ยกที่นานี้ให้จำเลยและจำเลยประพฤติเนรคุณขอเพิกถอนนั้น การอ้างสิทธิซึ่งได้มาโดยผลของนิติกรรมจะต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยความสมบูรณ์ของนิติกรรมตลอดจนแบบนิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติไว้ด้วย ถ้านิติกรรมนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมายในเรื่องนิติกรรมนั้นแล้ว ก็เป็นมูลก่อให้เกิดหนี้ที่คู่กรณีอาจอาศัยใช้สิทธิเรียกร้องของตนบังคับตามนิติกรรมนั้นได้ อย่างไรก็ดี นิติกรรมระหว่างโจทก์จำเลยมิใช่การให้โดยเสน่หาตามมาตรา ๕๒๑ แต่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งมีผลตามมาตรา ๘๕๒ อีกทั้งโจทก์ก็มิได้ยกที่พิพาทให้จำเลยโดยปลอดจากภาระใดๆ แต่ยังมีภาระติดพันที่จำเลยต้องให้ข้าวและเงินทำศพด้วย ไม่มีทางที่โจทก์จะอ้างว่าเป็นการให้อันจะขอเพิกถอนเพราะเหตุเนรคุณตามมาตรา ๕๓๕ ได้ ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2504 นายซี่ ถาวรกฤษ โจทก์ นายตั๋ง กฤษแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซี่ ถาวรกฤษ · จำเลย - นายตั๋ง กฤษแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายชุ่ม สุนทรชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 2651/2543ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 2026/2494ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1922/2522ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 953/2505ฎีกา 310/2534ฎีกา 805/2506ฎีกา 1906/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา