⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1159-1160/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159-1160/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้ฎีกาโดยระบุว่าคดีมีพฤติการณ์ซับซ้อนหลายประการอันเป็นปัญหาสำคัญที่ควรสู่ศาลฎีกาวินิจฉัย ถือว่าชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้ว แม้จะไม่ได้ใช้ถ้อยคำตามกฎหมายโดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีได้อนุญาตให้จำเลยฎีกาในคดีอาญาโดยใช้คำว่า เป็นคดีมีพฤติการณืซับซ้อนหลายประการอันเป็นปัญหาสำคัญควรขึ้นไปสู่ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดอีกชั้นหนึ่ง จึงอนุญาตให้ฎีกาดังนี้ แม้จะไม่ได้ใช้ถ้อยคำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แต่ก็เข้าใจได้ว่าผู้อนุญาตให้ฎีกาเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกาวินิจฉัย จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้ว ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 30/2504

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีที่ ๒ สำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณา โดยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษนายมงคลกับพวก ฐานยักยอกและแจ้งความเท็จ สำนวนหลังนายชู นายมงคล กับพวกฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นเชื่อว่านายมงคงจำเลยยักยอกเงินของธนาคารแล้วไปแจ้งเท็จว่ามีผู้ลักทรัพย์ พิพากษาว่า นายมงคลจำเลยผิดกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๙ (๓) และมาตรา ๑๑๘ ให้รวมกระทงจำคุก ๓ ปี และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ธนาคารโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษหนักขึ้น นายมงคลอุทธรณ์ทั้ง ๒ สำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะบทลงโทษนายมงคลจำเลยเป็นประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ นอกนั้นยืน นายมงคลฎีกาทั้ง ๒ สำนวน โดยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิจารณาคดีนี้ ๑ นาย อนุญาตให้ฎีกาโดยใช้คำว่า "พิเคราะห์เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีพฤติการณ์ซับซ้อนอยู่หลายประการอันเป็นปัญหาสำคัญ ควรขึ้นไปสู่ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดได้วินิจฉัยชี้ขาดอีกชั้นหนึ่ง จึงอนุญาตให้จำเลยฎีกาได้" ธนาคารโจทก์ร่วมคัดค้านว่า คำอนุญาตดังกล่าไม่ได้อนุญาตเพราะข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่ในปัญหานี้แล้วเห็นว่า ถึงแม้คำอนุญาตให้ฎีกาจะไม่ได้ใช้ถ้อยคำตามมาตรา ๒๒๑ แต่ก็เข้าใจได้ว่าผู้รับรองได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา จึงได้อนุญาตให้ฎีกา เป็นการชอบด้วยมาตรา ๒๒๑ แล้ว ส่วนข้อเท็จจริง ไม่เชื่อว่านายมงคลจำเลยยักยอกเงินและไม่พอฟังว่าจำเลยอื่นในสำนวนที่ ๒ ลักทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนแรก และยกคำขอที่ให้นายมงคลใช้ทรัพย์ นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159 - 1160/2504 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ นายมงคล โอสถาพันธ์ กับพวกรวม 3 คน จำเลย นายชูโอสถาพันธ์ ในฐานส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงสุรินทร์ กับพวกรวม 3 คน โจทก์ นายบุญธรรม วัฒน์พงษ์ กับพวกรวม 6 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด · จำเลย - นายมงคล โอสถาพันธ์ กับพวกรวม 3 คน · ในฐานส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงสุรินทร์ - นายชูโอสถาพันธ์ · โจทก์ - กับพวกรวม 3 คน · จำเลย - นายบุญธรรม วัฒน์พงษ์ กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสุธรรม ภัทราคม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 1209/2563ฎีกา 3416/2540ฎีกา 7111/2559ฎีกา 591/2540ฎีกา 568/2528ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1746/2524ฎีกา 3937/2553ฎีกา 3213/2522ฎีกา 1613/2547ฎีกา 191/2520ฎีกา 1167/2532ฎีกา 437/2542ฎีกา 8791/2544ฎีกา 1491/2540ฎีกา 745/2534ฎีกา 613/2532ฎีกา 6259/2534ฎีกา 522/2489ฎีกา 656/2506ฎีกา 3844/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา