⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1613/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1613/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ ศาลสามารถนำมาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษได้โดยชอบ.

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในท้องสำนวนจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ ศาลสามารถนำมาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษได้โดยชอบ หาใช่เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกสำนวนไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. ไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ประสงค์ให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลย 2 อันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มีลักษณะบิดเบือนให้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกินห้าปี จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุสมควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 โดยมิได้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 221 ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 อายุยังไม่เกินสิบเจ็ดปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาว่าวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกากล่าวอ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจ จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 นำเครื่องไดนาโมของผู้เสียหายไปขายเพียงเพื่อนำเงินที่ได้ไปซื้อสุราดื่มกับเพื่อน และจำเลยที่ 2 เสพเมทแอมเฟตามีนและรับจ้างซื้อเมทแอมเฟตามีนด้วย การกระทำของจำเลยที่ 2 มีลักษณะไม่เกรงกลัวความผิด เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและสวัสดิภาพของสังคม จึงไม่สมควรรอการลงโทษ เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ได้กล่าวอ้างในคำฟ้องมาประกอบการใช้ดุลพินิจและรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกสำนวนไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏในท้องสำนวนจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 สามารถนำมาใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษได้โดยชอบ หาใช่เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกสำนวนไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาไม่ ทั้งฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวก็เป็นไปโดยเพื่อประสงค์ให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 2 อันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มีลักษณะบิดเบือนให้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกินห้าปี จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาหรืออัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป ด้วยเหตุนี้ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงต้องห้าม ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 โดยมิได้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1613/2547 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายวิชัย สิงห์แก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายวิชัย สิงห์แก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 591/2540ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 3578/2538ฎีกา 4276/2534ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1746/2524ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 191/2520ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ