⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1096/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายต่างประเทศมีอำนาจฟ้องคดีในศาลไทย หรือตั้งผู้แทนเพื่อฟ้องคดีได้ * การโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต้องดำเนินการโดยการร้องขอให้ศาลเพิกถอน ไม่สามารถยกขึ้นต่อสู้คดีละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นได้ * ผู้ที่จำหน่ายสินค้าโดยรู้ว่าเครื่องหมายการค้าบนบรรจุภัณฑ์เป็นของปลอม ถือเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าปลอมและต้องรับผิดฐานละเมิด * ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าขาดประโยชน์และค่าเสียชื่อเสียง * การส่งประเด็นไปสืบพยานในต่างประเทศสามารถทำได้เมื่อจำเป็นและสมควร โดยศาลมีดุลพินิจในการกำหนดผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ย่อคำพิพากษา

นิติบุคคลเมื่อจดทะเบียนตามกฎหมายต่างประเทศมีอำนาจฟ้องคดีในศาลไทยหรือตั้งผู้แทนฟ้องคดีได้ นิติบุคคลในต่างประเทศมีอำนาจมอบให้นิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของเขาได้ ถ้าจำเลยเห็นว่า การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะร้องขอให้ให้ศาลเพิกถอน ไม่ใช่เรื่องที่จะยกขึ้นต่อสู้โจทก์ ในคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า เมื่อกล่องและสลากปิดขวดยาอันเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นของปลอมแล้ว แม้ตัวยาในขวดจะไม่ได้ความชัดว่าเป็นยาปลอม จำเลยผู้สั่งของนี้มาจำหน่าย โดยรู้ว่ากล่องและสลากยานั้นเป็นของปลอม ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้เครื่องหมายการค้าปลอม และต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์ 83,850 บาท และค่าเสียหายฐานเสียชื่อเสียงเกียรติคุณ 50,000 บาท ศาลชั้นต้นให้ค่าเสียหาย 2 อย่างรวมกันมา 55,000 บาท และโจทก์อุทธรณ์ขอค่าเสียหายเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรได้เฉพาะค่าเสียชื่อเสียงเกียรติคุณและคงให้ใช้ค่าเสียหาย 55,000 บาทได้ การส่งประเด็นไปสืบพยานในต่างประเทศย่อมทำได้เมื่อจำเป็นและสมควร และค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งศาลใช้ดุลพินิจให้คู่ความฝ่ายใดเสียให้หรือเสียแทนกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.423 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.824 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.4 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.27 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยา และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ายารักษาโรคชื่อ โคลไรโมเซติน โดยจดทะเบียนไว้ในประเทศไทย จำเลยได้สั่งยาชื่อนี้มาจากฮ่องกง ๑,๗๒๘ ขวด ซึ่งตามสลากปิดชวดและกล่องกระดาษกับสำลีในขวดเป็นของปลอม เจ้าพนักงานยึดยาได้จากจำเลย ๖๑๐ ขวด นอกนั้นจำเลยขายไปแล้ว ทำให้ผลกำไรของโจทก์ตกต่ำลงเท่ากับผลกำไรที่จำเลยได้รับ ๘๓,๘๕๐ บาท และทำให้โจทก์ เสียชื่อเสียงเกียรติคุณอีก ๕๐,๐๐๐ บาท จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายรวม ๑๓๓,๘๕๐ บาท กับทำลายยาของกลาง จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่ใช่ผู้ผลิต และไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ายานี้แต่ผู้เดียว การจดทะเบียนไม่สมบูรณืและไม่มีอำนาจจดทะเบียนเพราะไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ จำเลยสั่งยานี้มาจากฮ่องกงโดยสุจริต โดยเป็นยาอันแท้จริงของโจทก์ สลาก กล่องและสำลีก็ไม่ใช่ของปลอม จำเลยไม่ได้ทำละเมิดและโจทก์ไม่เสียหาย ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๕๕,๐๐๐ บาท ให้ทำลายกล่องสลากยา ตลอดจนเครื่องหมายการค้าปลอม ส่วนยา ๖๑๐ ขวดของโจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าเป็นยาปลอม ไม่มีเหตุจะทำลาย โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ทำลายยา ๖๑๐ ขวดด้วย และให้จำเลยใช้ค่าธรรมเนียมที่โจทก์เสียไปในการส่งประเด็นไปสืบพยานในสหรัฐอเมริกาด้วย ค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าที่โจทก์ชนะ นอกนั้นยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ๑. แม้บริษัทโจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ ก็มีอำนาจฟ้องคดีในศาลไทยได้ และมีอำนาจตั้งผู้แทนฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑ (๑๑), ๕๕, ๖๐ วรรค ๒ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๔ ๒. โจทก์มีอำนาจมอบให้บริษัทนิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้ด้วยเหตุผลอย่างเดียวกับในข้อ ๑ ๓. ที่จำเลยต่อสู้ว่า คำว่า "โคลโรไมเซติน" เป็นนามสามัญไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะจึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๕ มาตรา ๔ (๕) นั้น เห็นว่า ตามมาตรา ๒๗ และ ๔๑ ถ้าจำเลยเห็นว่าการจดทะเบียนของโจทก์ไม่ชอบอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องร้องขอให้เพิกถอน หาใช่จะยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ ๔. เมื่อกล่องและสลากยาซึ่งมีคำว่า "โคลโรไมเซติน" อันเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นของปลอมแล้ว แม้ตัวยาข้างในจะไม่ได้ความชัดว่า เป็นของปลอมด้วยหรือไม่ก็ตาม จำเลยผู้สั่งของเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายโดยรู้ ก็ย่อมเป็นผู้ใช้เครื่องหมายการค้าปลอมหรือละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นได้ และต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕. โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์กำไรเป็นเงิน ๘๓,๘๕๐ บาท กับฐานเสียชื่อเสียงเกียรติคุณ ๕๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นให้ค่าเสียหายทั้งสองอย่างรวมกันมา ๕๕,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะค่าเสียหายในชื่อเสียงเกียรติคุณ แต่คงให้ใช้ค่าเสียหาย ๕๕,๐๐๐ บาท ดังนี้ ไม่เป็นการนอกฟ้องเพราะโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมากกว่านี้ และศาลอุทธรณ์มีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร ๖. การส่งประเด็นไปสืบพยานในต่างประเทศย่อมทำได้ เมื่อจำเป็นและสมควร เมื่อศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้นย่อมเป็นค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจให้คู่ความฝ่ายใดเสียหรือเสียแทนกันได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2505 บริษัท ปาร์คเดวิส โดยนายยีออฟเฟรี่ เอลลิส ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้างขายยาซินเซียร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ปาร์คเดวิส โดยนายยีออฟเฟรี่ เอลลิส ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้างขายยาซินเซียร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชวน ชินสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา