⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1096/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2505

ป.พ.พ. ม.420, 423, 438 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายต่างประเทศมีอำนาจฟ้องคดีในศาลไทย หรือตั้งผู้แทนเพื่อฟ้องคดีได้ * การโต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต้องดำเนินการโดยการร้องขอให้ศาลเพิกถอน ไม่สามารถยกขึ้นต่อสู้คดีละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นได้ * ผู้ที่จำหน่ายสินค้าโดยรู้ว่าเครื่องหมายการค้าบนบรรจุภัณฑ์เป็นของปลอม ถือเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าปลอมและต้องรับผิดฐานละเมิด * ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าขาดประโยชน์และค่าเสียชื่อเสียง * การส่งประเด็นไปสืบพยานในต่างประเทศสามารถทำได้เมื่อจำเป็นและสมควร โดยศาลมีดุลพินิจในการกำหนดผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ย่อคำพิพากษา

นิติบุคคลเมื่อจดทะเบียนตามกฎหมายต่างประเทศมีอำนาจฟ้องคดีในศาลไทยหรือตั้งผู้แทนฟ้องคดีได้ นิติบุคคลในต่างประเทศมีอำนาจมอบให้นิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของเขาได้ ถ้าจำเลยเห็นว่า การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะร้องขอให้ให้ศาลเพิกถอน ไม่ใช่เรื่องที่จะยกขึ้นต่อสู้โจทก์ ในคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า เมื่อกล่องและสลากปิดขวดยาอันเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นของปลอมแล้ว แม้ตัวยาในขวดจะไม่ได้ความชัดว่าเป็นยาปลอม จำเลยผู้สั่งของนี้มาจำหน่าย โดยรู้ว่ากล่องและสลากยานั้นเป็นของปลอม ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้เครื่องหมายการค้าปลอม และต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์ 83,850 บาท และค่าเสียหายฐานเสียชื่อเสียงเกียรติคุณ 50,000 บาท ศาลชั้นต้นให้ค่าเสียหาย 2 อย่างรวมกันมา 55,000 บาท และโจทก์อุทธรณ์ขอค่าเสียหายเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรได้เฉพาะค่าเสียชื่อเสียงเกียรติคุณและคงให้ใช้ค่าเสียหาย 55,000 บาทได้ การส่งประเด็นไปสืบพยานในต่างประเทศย่อมทำได้เมื่อจำเป็นและสมควร และค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งศาลใช้ดุลพินิจให้คู่ความฝ่ายใดเสียให้หรือเสียแทนกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.423 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.824 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.4 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.27 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยา และเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ายารักษาโรคชื่อ โคลไรโมเซติน โดยจดทะเบียนไว้ในประเทศไทย จำเลยได้สั่งยาชื่อนี้มาจากฮ่องกง ๑,๗๒๘ ขวด ซึ่งตามสลากปิดชวดและกล่องกระดาษกับสำลีในขวดเป็นของปลอม เจ้าพนักงานยึดยาได้จากจำเลย ๖๑๐ ขวด นอกนั้นจำเลยขายไปแล้ว ทำให้ผลกำไรของโจทก์ตกต่ำลงเท่ากับผลกำไรที่จำเลยได้รับ ๘๓,๘๕๐ บาท และทำให้โจทก์ เสียชื่อเสียงเกียรติคุณอีก ๕๐,๐๐๐ บาท จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายรวม ๑๓๓,๘๕๐ บาท กับทำลายยาของกลาง จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่ใช่ผู้ผลิต และไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ายานี้แต่ผู้เดียว การจดทะเบียนไม่สมบูรณืและไม่มีอำนาจจดทะเบียนเพราะไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ จำเลยสั่งยานี้มาจากฮ่องกงโดยสุจริต โดยเป็นยาอันแท้จริงของโจทก์ สลาก กล่องและสำลีก็ไม่ใช่ของปลอม จำเลยไม่ได้ทำละเมิดและโจทก์ไม่เสียหาย ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๕๕,๐๐๐ บาท ให้ทำลายกล่องสลากยา ตลอดจนเครื่องหมายการค้าปลอม ส่วนยา ๖๑๐ ขวดของโจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าเป็นยาปลอม ไม่มีเหตุจะทำลาย โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ทำลายยา ๖๑๐ ขวดด้วย และให้จำเลยใช้ค่าธรรมเนียมที่โจทก์เสียไปในการส่งประเด็นไปสืบพยานในสหรัฐอเมริกาด้วย ค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าที่โจทก์ชนะ นอกนั้นยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ๑. แม้บริษัทโจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ ก็มีอำนาจฟ้องคดีในศาลไทยได้ และมีอำนาจตั้งผู้แทนฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑ (๑๑), ๕๕, ๖๐ วรรค ๒ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๔ ๒. โจทก์มีอำนาจมอบให้บริษัทนิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าของโจทก์ได้ด้วยเหตุผลอย่างเดียวกับในข้อ ๑ ๓. ที่จำเลยต่อสู้ว่า คำว่า "โคลโรไมเซติน" เป็นนามสามัญไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะจึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๕ มาตรา ๔ (๕) นั้น เห็นว่า ตามมาตรา ๒๗ และ ๔๑ ถ้าจำเลยเห็นว่าการจดทะเบียนของโจทก์ไม่ชอบอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องร้องขอให้เพิกถอน หาใช่จะยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ ๔. เมื่อกล่องและสลากยาซึ่งมีคำว่า "โคลโรไมเซติน" อันเป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นของปลอมแล้ว แม้ตัวยาข้างในจะไม่ได้ความชัดว่า เป็นของปลอมด้วยหรือไม่ก็ตาม จำเลยผู้สั่งของเหล่านี้เข้ามาจำหน่ายโดยรู้ ก็ย่อมเป็นผู้ใช้เครื่องหมายการค้าปลอมหรือละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นได้ และต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕. โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์กำไรเป็นเงิน ๘๓,๘๕๐ บาท กับฐานเสียชื่อเสียงเกียรติคุณ ๕๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นให้ค่าเสียหายทั้งสองอย่างรวมกันมา ๕๕,๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะค่าเสียหายในชื่อเสียงเกียรติคุณ แต่คงให้ใช้ค่าเสียหาย ๕๕,๐๐๐ บาท ดังนี้ ไม่เป็นการนอกฟ้องเพราะโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมากกว่านี้ และศาลอุทธรณ์มีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร ๖. การส่งประเด็นไปสืบพยานในต่างประเทศย่อมทำได้ เมื่อจำเป็นและสมควร เมื่อศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้ว ค่าใช้จ่ายนั้นย่อมเป็นค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจให้คู่ความฝ่ายใดเสียหรือเสียแทนกันได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2505 บริษัท ปาร์คเดวิส โดยนายยีออฟเฟรี่ เอลลิส ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้างขายยาซินเซียร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ปาร์คเดวิส โดยนายยีออฟเฟรี่ เอลลิส ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้างขายยาซินเซียร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชวน ชินสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1083/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา