⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1172/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพยานหลักฐานยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย

ย่อคำพิพากษา

ในคดีความผิดฐานฆ่าคนตายนั้น เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบกับหลักฐานทางวิชาการได้ความว่า ขณะปืนลั่นนั้น ปืนอยู่ในมือจำเลย มือของผู้ตายไม่มีอาการเกร็งและไม่มีรอยเขม่าดินปืน แต่ที่มือจำเลยมีเขม่าดินปืนมาก และวิถีกระสุนเฉียงผิดธรรมดาอันเป็นเพียงข้อคิดเห็นและความสันนิษฐานไม่แน่นอนเช่นนี้ เมื่อยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ก็ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 29/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันใช้ปืนยิงนางสมัย หงษ์วิหค ๑ นัด โดยเจตนาฆ่าให้ตาย กระสุนปืนถูกหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลในคืนนั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๑๕ ปี ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ และให้ริบของกลาง โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ด้วยอีกคนหนึ่ง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาปรึกษาในที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ตามพยานหลักฐานที่นำสืบพิจารณาประกอบกับหลักฐานทางวิชาการที่ปรากฎ คือ (๑) ที่อกแถบซ้ายบนระบายเสื้อของผู้ตายมีรอยกระสุนปืนไหม้เป็นวงกลม มีเขม่าดินปืน ระบายของเสื้อแถบขวามีรอยฉีกขาด (๒) มือของผู้ตายไม่มีอาการเกร็ง (๓) วิถีกระสุนวิ่งเฉียงจากราวนมซ้ายไปไขสันหลังขวา (๔) ที่มือผู้ตายไม่มีรอยเขม่าดินปืนเลย ที่มือของจำเลยที่ ๑ มีเขม่าดินปืนที่หลังมือซ้ายและฝ่ามือขวามาก ที่ฝ่ามือของจำเลยที่ ๒ ทั้งสองข้างมีเขม่าดินปืนอยู่บ้างเล็กน้อย (๕) ปืนอยู่ที่บนลังเครื่องมือห่างทางซ้ายมือจากศพผู้ตายราว ๑ เมตร ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะกระสุนปืนลั่นนั้น ปืนอยู่ในมือของจำเลยที่ ๑ ส่วนจะลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานฆ่าคนโดยเจตนาตามฟ้องของโจทก์ได้หรือไม่นั้น เห็นว่าลงโทษไม่ได้ แม้จะปรากฎว่ารอบบาดแผลที่ถูกยิงที่ราวนมซ้ายและมีรอยเขม่าดินปืนซึ่งแสดงว่าถูกยิงในระยะใกล้ชิดก็ตาม แต่ก็อาจเป็นโดยจำเลยที่ ๑ เอาปืนมาจ่อขู่เพื่อมิให้ผู้ตายขนของออกไปจากบ้าน แล้วผู้ตายใช้มือปัดปืน ปืนจึงลั่นก็ได้ ในข้อเจตนาฆ่านั้นไม่น่ามี เพราะได้ความจากถ้อยคำของนายประยูรพยานของโจทก์จำเลยว่าก่อนเกิดเหตุไม่เคยเห็นผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกับจำเลยที่ ๑ หรือจำเลยที่ ๒ เลย และเมื่อได้ยินเสียงปืนพยานวิ่งเข้าไปดูห้องที่เกิดเหตุก็เห็นจำเลยที่ ๑ กำลังประคองผู้ตายอยู่ และบอกให้พยานช่วยไปแจ้งความให้ แสดงว่าจำเลยที่ ๑ คงรักใคร่อาลัยผู้ตายอยู่ นอกจากนั้นยังปรากฎด้วยว่า ขณะถูกยิงผู้ตายกำลังมีครรภ์ราว ๖ เดือนแล้ว ยิ่งประกอบให้เห็นเด่นชัดขึ้นว่าจำเลยที่ ๑ ไม่น่าจะมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไม่มีสาเหตุโกรธแค้นร้ายแรงอย่างใด อย่างไรก็ดี กรณีเป็นเพียงข้อคิดเห็นและความสันนิษฐานอันไม่แน่นอน เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ กฎหมายให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ดังนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับตัวจำเลยที่ ๑ จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2505 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเชื่อม หงษ์วิหค ที่ 1 นางเรียม หงษ์วิหค ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเชื่อม หงษ์วิหค ที่ 1 นางเรียม หงษ์วิหค ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · สนิท สุมาวงศ์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวิน สุวรรณชาต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา