⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1286/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อการกระทำผิดกฎหมายหลายบท กฎหมายที่ใช้บังคับแก่ผู้กระทำผิดต้องเป็นกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้เบาที่สุด 2. การที่เจ้าพนักงานมีหน้าที่รับและจำหน่ายสลากกินแบ่ง แล้วเบียดบังเงินค่าขายสลากกินแบ่งไว้เป็นของตนโดยทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกธรรมดา 3. การกระทำผิดหลายกระทงซึ่งมีโทษหนักเท่ากัน ศาลลงโทษจำเลยกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน อันเป็นความผิดหลายกระทง บางกระทงควบเกี่ยวระหว่างใช้กฎหมายเก่าและใหม่ ไม่แน่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายใดนั้น ศาลต้องพิจารณาใช้กฎหมายที่เป็นผลดีแก่จำเลย จำเลยรับราชการตำแหน่งเสมียนตราได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่รับและจำหน่ายสลากกินแบ่ง เมื่อบังอาจเบียดบังเงินค่าขายสลากกินแบ่งไว้เป็นของตนโดยทุจริต ย่อมมีความผิดฐานยักยอกธรรมดา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ไม่ใช่มาตรา 353, หรือมาตรา 354 การกระทำผิดหลายกระทงซึ่งมีโทษหนักเท่ากันนั้น ศาลย่อมลงโทษจำเลยกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.319 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 ประมวลกฎหมายอาญา ม.354

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเมื่อครั้งรับราชการตำแหน่งเสมียนตราจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่เป็นผู้รับและจำหน่ายสลากกินแบ่งของรัฐบาล จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยบังอาจเบียดบังยักยอกเงินค่าขายสลากกินแบ่งต่าง ๆ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยโดยทุจริต ขอให้ลงโทษและคืนหรือใช้เงิน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยยักยอก มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๓ ประกอบด้วยกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๓ ประกอบด้วยกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๑๙ แต่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๓๕๓ ซึ่งมีโทษเบาเป็นคุณแก่จำเลย พิพากษาจำคุกจำคุกจำเลย ๓ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๒๗๕,๑๓๐ บาท ให้ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีมีข้อสงสัยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีฟังได้ดังที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงมา พยานของจำเลยที่นำสืบไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ แต่ที่ศาลชั้นต้นปรับบทความผิดของจำเลยมานั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะการกระทำของจำเลยนี้เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันอันเป็นความผิดหลายกระทง บางกระทงคาบเกี่ยวระหว่างใช้กฎหมายและใหม่ ไม่แน่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายใด จึงต้องพิจารณาใช้กฎหมายที่เป็นผลดีแก่จำเลย การกระทำของจำเลยดังกล่าวแล้วทุกกระทงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ประกอบด้วยมาตรา ๙๑ อันเป็นความผิดฐานยักยอกธรรมดา กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา ๓๕๓, ๓๕๔ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ เป็นผลดีแก่จำเลยยิ่งกว่ากฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๑๙ จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ เป็นบทลงโทษจำเลยแต่บทเดียวสำหรับทุกกระทง หาใช่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ ประกอบด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๙ ดังที่ศาลชั้นต้นปรับหมายนั้นไม่ และเมื่อความผิดของจำเลยทุกกระทงมีโทษหนักเท่ากัน ศาลยอมลงโทษจำเลยเฉพาะกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวได้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ซึ่งมีกระทงที่หนักแต่กระทงเดียว ส่วนข้อกำหนดโทษจำคุกหรือข้อคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2505 อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายสังข์ เวชสัสถ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายสังข์ เวชสัสถ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายแสวง ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 533/2485ฎีกา 1502/2550ฎีกา 13043/2557ฎีกา 460/2512ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 2588/2524ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7100/2538ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา