⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1408/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกอบธุรกิจเดินรถที่รับรถของผู้อื่นมาเดินในเส้นทางของตน โดยแบ่งผลประโยชน์ จัดบริการ และขายตั๋ว ถือว่ารถนั้นอยู่ในความควบคุมและรับส่งคนโดยสารในปกติธุระของผู้ประกอบธุรกิจโดยตรง และต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการประมาทของคนขับรถ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ประกอบธุระกิจเดินรถโดยสารรับรถของผู้อื่นเข้ามาเดินในทาง โดยได้รับแบ่งผลประโยชน์ รถที่เดินมีชื่อของตน รวมทั้งจัดบริการและขายตั๋วให้ด้วยนั้น ถือว่าเป็นรถอยู่ในความควบคุมและรับส่งคนโดยสารในปกติธุระของผู้นั้นโดยตรงตามกฎหมายลักษณะรับขน ฉะนั้น เมื่อคนขับรถประมาททำให้ผู้โดยสารตาย ตนจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.608 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.634

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่านายสุวัฒน์ พูลลาภ สามีและบิดาโจทก์ได้โดยสารรถยนต์ของบริษัทจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับและได้ขับโดยประมาทเป็นเหตุให้รถคว่ำทำให้นายสุวัฒน์ตาย จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายสำหรับการตายของนายสุวัฒน์ เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้ง ๕ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม ๓๖,๖๕๐ บาท ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ และ ๕ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ชัดเจนและเข้าใจได้ว่าโจทก์ขอให้จำเลยทั้ง ๕ ร่วมรับผิดในการตายของนายสุวัฒน์ อันเกิดจากการประมาทของจำเลยที่ ๑ ผู้ขับรถรับส่งคนโดยสารซึ่งนายส่างนำเข้ามาเดินแบ่งประโยชน์กับจำเลยที่ ๒ ในบริการเดินรถของจำเลยที่ ๒ คำฟ้องมีความหมายเป็นข้อสำคัญว่า จำเลยทั้ง ๕ ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้ ทั้งนี้เพราะคำบรรยายตอนต้นชัดเจนเข้าใจเรื่องดีแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นว่า แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องระบุชัดเจนให้จำเลยต้องรับผิดฐานใด แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า บริษัทจำเลยที่ ๒ ประกอบธุระกิจเดินรถโดยสาร รับรถผู้อื่นเข้าเดินในทางบริษัทโดยรับแบ่งผลประโยชน์ รถที่เดินเขียนชื่อบริษัทข้างรถ ๒ ข้างสถานีจอดรถเป็นของบริษัทและขายตั๋วในนามบริษัท ฉะนั้น บริษัทจำเลยจึงเป็นบริษัทที่กระทำกิจการรับขนคนโดยสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๘ ซึ่งต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดแต่ผู้โดยสาร เว้นแต่จะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือเป็นความผิดของผู้โดยสารเองตามมาตรา ๖๓๔ รถยนต์คันเกิดเหตุ แม้จะเป็นรถของนายส่าง แต่เมื่อบริษัทรับเอาเข้าเดินในนามบริษัทตลอดจนบริษัทจัดการขายตั๋ว เช่นนี้ จึงถือได้ว่าเป็นรถอยู่ในความควบคุมของบริษัทและรับส่งคนโดยสารในปกติธุรกิจของบริษัทโดยตรง จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคนขับประจำรถ ได้ขับโดยประมาททำให้คนโดยสารตาย จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๒ รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามจำนวนในคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2505 นางวรรณดา พูลลาภ นายสุวิช นายวิชิต เด็กหญิงวรางคณา พูลลาภ โจทก์ นายเมือง บุญชะโด กับพวกรวม 5 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความนายสุวิช - นางวรรณดา พูลลาภ · โจทก์ - นายวิชิต เด็กหญิงวรางคณา พูลลาภ · จำเลย - นายเมือง บุญชะโด กับพวกรวม 5 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา