คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กฎหมายกำหนดโทษทางอาญาสำหรับการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมไว้แล้ว ย่อมเป็นการระงับสิทธิของหน่วยงานรัฐที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในส่วนของค่าธรรมเนียมที่ควรจะได้รับจากการประกอบกิจการนั้น.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยประกอบกิจการแพปลาโดยมิได้รับอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียม ย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 มาตรา 29, 38 ซึ่งเป็นบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนทางอาญาอยู่แล้ว ฉะนั้น กรมประมงจะฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายหรือค่าธรรมเนียมประกอบกิจการแพปลาตามที่กฎหมายกำหนดอัตราไว้จากจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยประกอบกิจการแพปลาโดยมิได้รับอนุญาต และไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมทำให้กรมประมงเสียหายขาดรายได้ ซึ่งควรจะได้รับจากค่าธรรมเนียมตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดอัตราไว้ หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ประกอบกิจการแพปลาประเภทสินค้าสัตว์น้ำดองเค็มหรือแห้งหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ และชำระเงินค่าประกอบกิจการนี้ให้แก่โจทก์มาก่อน ครั้นระหว่างวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๐๒ ถึง วันที่ ๓ พ.ย. ๐๒ จำเลยได้ประกอบกิจการแพปลาประเภทดังกล่าวอีก แต่คราวนี้ไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์และไม่ได้เสียเงินค่าธรรมเนียมตามกฎหมายโดยจำเลยเจตนาฝ่าฝืนและกระทำผิดพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๒๙, ๓๘ ทำให้โจทก์เสียหายขาดรายได้ซึ่งควรจะได้รับจากค่าธรรมเนียมซึ่งจำเลยมีหน้าที่จะต้องเสียให้แก่โจทก์ เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท ตามพระราชบัญญัตินั้น จึงขอบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๓,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เห็นได้ว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าธรรมเนียมค่าประกอบกิจการแพปลาจากจำเลยตามที่กฎหมายกำหนดอัตราไว้นั่นเอง แต่เมื่อกรณีนี้ปรากฎว่าจำเลยทำแพปลาในตอนหลังโดยฝ่าฝืนกฎหมายกำหนดอัตราไว้นั่นเอง แต่เมื่อกรณีนี้ปรากฎว่าจำเลยทำแพปลาในตอนหลังโดยฝ่าฝืนกฎหมายไม่ขอใบอนุญาต โจทก์จะเรียกร้องค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจากจำเลยอย่างไรได้ ถ้าจำเลยทำแพปลาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยก็มีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๙, ๓๘ ซึ่งเป็นบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนทางอาญาอยู่แล้ว รูปคดีหาใช่ว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการแพปลาแล้วแต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามอัตรา โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าธรรมเนียมประหนึ่งว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการแพปลา แต่ไม่ชำระค่าธรรมเนียมให้โจทก์หาได้ไม่ และวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าธรรมเนียมจากจำเลยโดยตรง ไม่มีทางจะแปลฟ้องว่าโจทก์เรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยฐานละเมิดดังฎีกาโจทก์ได้ ทั้งพฤติการณ์ของจำเลยตามฟ้องก็ไม่เข้าลักษณะละเมิดต่อกรมประมงโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2505
กรมประมง โดยนายบุญ อินทรัมพรรย์ อธิบดี โจทก์
บริษัทอุตสาหกรรมปลาเค็ม จำกัด โดยนายอนุ ไสยจิตร กรรมการผู้จัดการ
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมประมง โดยนายบุญ อินทรัมพรรย์ อธิบดี · กรรมการผู้จัดการ - บริษัทอุตสาหกรรมปลาเค็ม จำกัด โดยนายอนุ ไสยจิตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชลัม รุทระวณิช · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา