⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1763/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงอันเนื่องมาจากความยินยอมของบุคคลที่ตนเชื่อว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือบุกรุก เพราะขาดเจตนา

ย่อคำพิพากษา

เรือนพิพาทจะเป็นของโจทก์หรือไม่ก็ตาม แต่บุตรเขยโจทก์ยินยอมให้รื้อเรือนนี้ และบุตรเขยโจทก์ก็ได้มาอยู่จัดการรื้อเรือนด้วย จำเลยจึงรื้อ แสดงว่าจำเลยคิดว่าเรือนเป็นของบุตรเขยโจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 362 เพราะขาดเจตนาตามมาตรา 59 วรรค 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่บ้านของโจทก์และรื้อเรือนโจทก์ลงมากองไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๖๒, ๘๓ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๓, ๔, ๕ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าเรือนพิพาทน่าจะเป็นของโจทก์ มิใช่ของจำเลยที่ ๕ ซึ่งเป็นบุตรเขยโจทก์ดังที่จำเลยนำสืบ จำเลยย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นเรือนของโจทก์ปลูกขวางถนนพัฒนาการ ควรจะบอกให้โจทก์รื้อ แต่จำเลยกลับรื้อเรือนโจทก์เอง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๖๒ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๕๘ ซึ่งเป็นบทหนัก โจทก์อุทธรณ์ไม่ให้รอการลงโทษจำเลยและลงโทษให้หนัก จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ควรมีความผิด ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จะฟังว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ และจำเลยกับพวกรื้อเรือนนี้ดังที่ศาลชั้นต้นฟัง และมีเหตุฟังได้ว่าจำเลยเชื่อว่าเรือนที่รื้อเป็นของจำเลยที่ ๕ การกระทำของจำเลยต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรค ๓ ไม่เป็นความผิด เพราะไม่มีเจตนาพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหามีว่า ขณะรื้อเรือนนั้นโจทก์นำสืบได้หรือไม่ว่าจำเลยรู้ว่าเรือนเป็นของโจทก์ เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเช่นว่านี้ ส่วนจำเลยมีเอกสาร คือ หนังสือที่จำเลยที่ ๕ ทำให้เจ้าพนักงานไว้ว่าจำเลยที่ ๕ จะรื้อเรือนพิพาทที่ปลูกขวางถนนที่จะตัดผ่านให้ และจำเลยที่ ๕ ก็ได้มาอยู่จัดการรื้อเรือนด้วย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑, ๒ (เป็นผู้ใหญ่บ้าน) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตคิดว่าเรือนนี้เป็นของจำเลยที่ ๕ ซึ่งเป็นบุตรเขยโจทก์ ไม่มีความผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1763/2505 นายมี เมืองจันทร์ โจทก์ นายจิตตา ผู้มีสัตย์ ที่ 1 นายทา มีสุข ที่ 2 นายแก้ว งาหอม ที่ 3 นายสุน งาหอม ที่ 4 นายที งาหอม ที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมี เมืองจันทร์ · นายสุน - นายจิตตา ผู้มีสัตย์ ที่ 1 นายทา มีสุข ที่ 2 นายแก้ว งาหอม ที่ 3 · จำเลย - งาหอม ที่ 4 นายที งาหอม ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · สัญญา ธรรมศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7958/2555ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2718/2538ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3119/2558ฎีกา 435/2535ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา