⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1853/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1853/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้มาระหว่างอยู่กินกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินนั้นให้แก่กันอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินนั้นได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทราบการปฏิเสธนั้น

ย่อคำพิพากษา

สามีภรรยาอยู่กินกันมาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสระหว่างอยู่กินด้วยกันได้เอาเงินที่ทำมาหาได้ด้วยกันซื้อที่ดินมือเปล่าไว้ทำกินร่วมกัน ต่อมาเลิกเป็นสามีภรรยากัน ภรรยาขอให้แบ่งที่ดินนี้ให้ครึ่งหนึ่ง สามีไม่ยอมแบ่งให้ และสามีเป็นฝ่ายครอบครองทำกินแต่ฝ่ายเดียวหลังจากเลิกเป็นสามีภรรยากัน ดังนี้ เมื่อภรรยาจะฟ้องขอแบ่งเอาที่ดินนั้น ก็ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่ทราบการที่สามีปฏิเสธไม่ยองแบ่งให้ เพราะการที่สามีปฏิเสธไม่ยอมแบ่งให้นั้น ย่อมเห็นได้ว่า สามีไม่ได้ปกครองที่ดินแทนภรรยาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1363 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมา ๑๐ ปีเศษ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ระหว่างอยู่กินด้วยกันได้ซื้อที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญจากนายช่วย โดยซื้อด้วยเงินที่ทำมาหาได้ด้วยกัน ก่อนฟ้องคดีนี้ประมาณหนึ่งปีเศษ โจทก์จำเลยเลิกจากการเป็นสามีภรรยา ได้แยกกันอยู่ โจทก์ได้ขอให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์ สำหรับที่พิพาทนี้ขอให้แบ่งโจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยไม่ยอม คงครอบครองทำกินฝ่ายเดียวตลอดมา โจทก์จึงไปร้องต่ออำเภอ จำเลยก็ยังไม่ยอมแบ่ง ในปัญหาเรื่องอายุความฟ้องร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งที่ดินซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่มีกฎหมายบัญญัติถึงอายุฟ้องร้อง ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ซึ่งให้มีกำหนด ๑๐ ปี ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นับแต่จำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๑ ตามสำเนาบันทึกการแบ่งทรัพย์ (ของอำเภอ) จนถึงวันโจทก์ฟ้องเป็นเวลาเกิน ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๔ วรรคท้าย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำเนาบันทึกเรื่องแบ่งทรัพย์ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๑ ข้อ ๓ ใจความว่า ทางอำเภอไกล่เกลี่ย แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ เมื่อที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า และจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทำกินแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ได้แยกอยู่กินกับโจทก์มากกว่า ๑ ปี และเมื่อโจทก์ทราบการที่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๑ ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้ปกครองที่พิพาทแทนโจทก์แต่อย่างใด สิทธิครอบครองของโจทก์ซึ่งเคยมีมาแต่ก่อนได้ถูกจำเลยปฏิเสธไม่ยอมแบ่ง โจทก์ชอบที่จะฟ้องจำเลยภายในอายุความ ๑ ปี แต่โจทก์ฟ้องเมื่อเกิน ๑ ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1853/2505 นางเชื่อม อบเพ็ชร์ โจทก์ นายกลุ่ม อบเพ็ชร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเชื่อม อบเพ็ชร์ · จำเลย - นายกลุ่ม อบเพ็ชร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุเมธ นวะบุศย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4082/2530ฎีกา 609/2522ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 2938/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 5050/2541ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 602/2490ฎีกา 101/2509ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1093/2500ฎีกา 746/2533ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 142/2535ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 713/2508ฎีกา 1361/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา