⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 272-273/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272-273/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำที่ส่อความหมายในทางชู้สาวต่อหน้าบุคคลอื่น โดยมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม ถือเป็นความผิดฐานดูหมิ่นประมาทซึ่งหน้า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นชายพูดต่อหน้าผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาผู้ใหญ่บ้านว่า เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากล่ำสักที ซึ่งหมายความว่า ผู้เสียหายแต่งตัวสวยอยากเย็ดสักทีนั้น คำที่จำเลยกล่าว และวิธีที่จำเลยกล่าว ฟังได้ว่า เป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าแล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองต่างกล่าววาจาดูหมิ่นนางปรุงสายทอง ภริยานายสมหมาย สายทอง ผู้ใหญ่บ้านซึ่งหน้า โดยนายปัญญากล่าวว่า เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากร่ำสักที พลตำรวจบุญเหลือว่า เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากล่ำจริง ซึ่งหมายความว่า นางปรุงแต่งตัวสวยอยากเย็ดสักที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ จำเลยทั้งสองปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไปจับสุราที่เรือนนางมืดน้องผู้เสียหายแล้วจะพานางมืดไปอำเภอ นางมือแวะบอกผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาผู้ใหญ่บ้านและขอให้ไปเป็นเพื่อนด้วย ผู้เสียหายแต่งตัวแล้วลงเรือนมา พอเดินผ่านจำเลย ๆ ก็พูดถ้อยคำที่มีความหมายดังที่โจทก์แปลไว้ในฟ้อง จึงพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ ปรับคนละหนึ่งร้อยบาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาแล้วเห็นว่า จำเลยได้พูดว่า เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากล่ำสักที แต่ประโยคที่ว่าอยากล่ำสักที นั้นในคำฟ้องใช้คำว่า อยากร่ำสักที คำว่าอยากร่ำสักทีไม่มีความหมายอะไร แต่คำว่า อยากล่ำสักที มีความหมายดังที่กล่าวในคำฟ้อง เห็นได้ว่า คำที่กล่าวในคำฟ้อง คำว่า ร่ำ นั้น ใช้ตัวอักษรแห่งถ้อยคำผิดพลาดไปเพียงตัวเดียว คือ แทนที่จะใช้อักษร ล แต่กลับใช้อักษร ร เท่านั้น ถ้อยคำในประโยชค์ที่กล่าวในคำฟ้องย่อมเข้าใจได้ว่ามีความหมายดังที่กล่าวในคำฟ้อง ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ผู้เสียหาย เป็นหญิง จำเลยเป็นชาย คำที่จำเลยกล่าวและวิธีที่จำเลยกล่าว ฟังได้ว่าเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้า การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272 - 273/2505 อัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายปัญญา ทรงประโคน จำเลย อัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ พลตำรวจบุญเหลือ ประเสริฐไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายปัญญา ทรงประโคน · โจทก์ - อัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - พลตำรวจบุญเหลือ ประเสริฐไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · การุณย์นราทร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายไพบูลย์ ไวกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 2314/2529ฎีกา 1398/2506ฎีกา 110/2516ฎีกา 856-857/2502ฎีกา 2256/2537ฎีกา 1105/2519ฎีกา 295/2541ฎีกา 3324/2529ฎีกา 10/2527ฎีกา 3725/2538ฎีกา 5257/2548ฎีกา 7572/2542ฎีกา 2202/2521ฎีกา 623/2524ฎีกา 1989/2506ฎีกา 2867/2547ฎีกา 3800/2527ฎีกา 370/2520ฎีกา 78-79/2502ฎีกา 238/2534ฎีกา 259/2514ฎีกา 223/2524ฎีกา 2195/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา