⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 514/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายอาญาหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาจากเจตนาของจำเลยเป็นสำคัญ หากจำเลยมีเจตนาเดียวกันในการกระทำต่อเนื่องกัน ถือเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องของโจทก์ทั้งสองข้อกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดวันเวลาเดียวกัน ข้อความที่โฆษณาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นผู้เสียหายนั้นต่างลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน เพียงแต่ ต่างคอลัมน์กันเท่านั้น และเป็นข้อความที่เกี่ยวเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาเป็นอันเดียวกัน คือโฆษณาใส่ความเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของผู้เสียหายและเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นคราวเดียวกัน จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวแม้ฟ้องในอีกข้อหนึ่งจะเป็นว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเพียงฐานดูหมิ่นหรือมีข้อความพาดพิงถึงบุคคลอื่นด้วย ก็ไม่ทำให้เจตนาของจำเลยเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทผู้เสียหายเป็นเจตนาเพิ่มขึ้นใหม่เป็นอีกกรรมหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรมโดยโจทก์บรรยายฟ้องเป็นข้อ ๆ เกี่ยวกับการที่จำเลยเขียนบทความตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ออกเผยแพร่แก่สาธารณชนเป็นการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ตามฟ้องข้อ ข. กับข้อ ค. และฟ้อง จ. กับข้อ ฉ. เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายบทเดียว โจทก์อุทธรณ์ว่า ความผิดตามฟ้องข้อ ข. กับข้อ ค. และข้อ จ.กับข้อ ฉ. เป็นความผิดต่างกรรมกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์ข้อ ข. และ ค. กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดวันเวลาเดียวกัน โดยฟ้องข้อ ข. กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทผู้เสียหายด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ส่วนฟ้องข้อ ค.กล่าวหาว่าจำเลยดูหมิ่นผู้เสียหายด้วยการโฆษณาข้อความที่โฆษณาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นผู้เสียหายต่างลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเพียงแต่ต่างคอลัมน์กันเท่านั้น และเป็นข้อความที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเห็นได้ว่าตามฟ้องข้อ ข. และข้อ ค. นั้น จำเลยมีเจตนาเป็นอันเดียวกัน คือ โฆษณาใส่ความเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของผู้เสียหาย และเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นคราวเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียว แม้ฟ้องข้อ ค. โจทก์ฟ้องจำเลยเพียงฐานดูหมิ่นเท่านั้น ก็ไม่เป็นเหตุแสดงว่าจำเลยมีเจตนาต่างหากเป็นอีกกรรมหนึ่ง แต่เห็นว่าเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ส่วนฟ้องข้อ จ. และข้อ ฉ. เป็นการกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทผู้เสียหายด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ทั้งได้ความว่าเป็นการลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเพียงแต่ต่างหน้ากัน ข้อความที่โฆษณาหมิ่นประมาทก็เนื่องมาจากเรื่องเดียวกัน จึงเห็นได้ว่าตามฟ้องทั้งข้อ จ. และ ฉ. จำเลยมีเจตนาเป็นอันเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน แม้ตามฟ้องข้อ ฉ. ข้อความที่โฆษณาจะพาดพิงไปถึงบุคคลอื่นด้วย ก็ไม่ทำให้เจตนาของจำเลยเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทผู้เสียหายเป็นเจตนาเพิ่มขึ้นใหม่เป็นอีกกรรมหนึ่ง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะฟ้องข้อ ข. และ ค.ว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2524 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายวัลลภ สุประดิษฐกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - นายวัลลภ สุประดิษฐกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา