⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 466/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละมรดกจะสมบูรณ์เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น และหากทายาทประสงค์จะสละมรดกหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ต้องมีการแสดงเจตนาสละมรดกใหม่อีกครั้ง.

ย่อคำพิพากษา

การสละมรดก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมย่อมเสียไป และไม่มีทางแสดงเจตนา ให้สัญญานั้นกลับมีผลขึ้นได้อีกอย่างไร ฉะนั้น ถ้าเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้ว ทายาทยังมีความตั้งใจสละมรดกอยู่เช่นเดิม ก็ต้องมีการแสดงเจตนาใหม่ให้ถูกต้องอีกชั้นหนึ่ง โจทก์และจำเลยต่างเป็นทายาท เมื่อจำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกให้แบ่งได้ และมีผลเท่ากับขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยอยู่ในตัวโดยโจทก์ไม่จำต้องขอให้เพิกถอนทะเบียนอย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1612 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1619

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายโลม เมื่อนายโลมตายแล้ว โจทก์จำเลยได้ทำหนังสือตกลงแบ่งมรดกของนายโลมคนละครึ่ง แต่ต่อมาจำเลยไม่ยอมแบ่งขอให้บังคับ ่จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งส่วนพิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งสวนพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อการสละมรดกก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรม เป็นขัดการกับมาตรา ๑๖๑๙ แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้ว การสละมรดกของโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งทำก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมย่อมเสียไป และไม่มีทางแสดงเจตนา ให้สัญญานั้นกลับมีผลขึ้นได้อีกอย่างไร ฉะนั้น ถ้าเจ้ามรดกถึงแก่กรรมแล้ว ทายาทยังมีความตั้งใจสละมรดกอยู่เช่นเดิม ก็ต้องมีการแสดงเจตนาใหม่ให้ถูกต้องตามวิธีการตามมาตรา ๑๖๑๒ อีกชั้นหนึ่ง จึงจะผูกพันโจทก์ ฎีกาจำเลยข้อนี้ไม่มีเหตุผลที่จะฟังได้ ตามฎีกาข้อ ๒ ที่ว่า โจทก์ไม่ฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนการรับมรดกที่พิพาทของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องมรดกรายนี้นั้น เห็นว่า การจดทะเบียนรับมรดกก็เป็นการอ้างสิทธิในทรัพย์มรดก เมื่อจำเลยมิได้เป็นผู้มีสิทธิในที่พิพาทอันเป็นมรดกแต่ผู้เดียวทั้งหมด ลำพังการจดทะเบียนรับมรดกที่พิพาท ของจำเลยหาทำให้เกิดสิทธิในที่พิพาททั้งหมดอย่างใดไม่ เมื่อจำเลยไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้ โจทก์ย่อมฟ้องเรียกให้แบ่งได้ และมีผลเท่ากับขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยอยู่ในตัวฎีกาจำเลยข้อนี้ตกไปเช่นเดียวกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2505 นางน้อย คงวิชา โจทก์ นางอินทร์ เขียนหมื่นไวยจำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางน้อย คงวิชา · เขียนหมื่นไวยจำเลย - นางอินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · อรรถไพศาลศรุดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายไพบูลย์ ไวกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 712-713/2520ฎีกา 134/2513ฎีกา 478/2483ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1358/2505ฎีกา 909/2492ฎีกา 2786/2523ฎีกา 72/2512ฎีกา 1975/2524ฎีกา 597/2508ฎีกา 9504/2544ฎีกา 280/2502ฎีกา 4236/2541ฎีกา 241/2522ฎีกา 2985/2538ฎีกา 5767/2537ฎีกา 619/2508ฎีกา 464/2522ฎีกา 168/2538ฎีกา 3961-3962/2528ฎีกา 5782/2533ฎีกา 1419/2492ฎีกา 1452/2508ฎีกา 3486/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา