⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3961-3962/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3961-3962/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความฟ้องร้องคดีมรดกที่กฎหมายกำหนดไว้ 1 ปีนั้น เริ่มนับแต่วันที่ทายาทได้รู้หรือควรรู้ถึงการเป็นทายาทของตนและสิทธิในการรับมรดก.

ย่อคำพิพากษา

อายุความฟ้องร้องคดีมรดก ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกตาย มารดาของจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์และเจ้ามรดก เมื่อมารดาจำเลยสละมรดก จำเลยซึ่งเป็นบุตรจึงมีสิทธิ สืบมรดกได้ตามมาตรา 1615 และมีฐานะเป็นทายาทของเจ้ามรดก ในลำดับเดียวกับโจทก์ มีสิทธิยกอายุความ 1 ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ ตามมาตรา 1755

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1612 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1615 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1755

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งห้ากับนายหยี่และนางไทเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับนางสี สร้อยเพ็ชร เจ้ามรดก มีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทรวม ๓ โฉนด ของเจ้ามรดกซึ่งถึงแก่กรรม แต่จำเลยได้ยึดโฉนดที่ดินพิพาททั้ง ๓ ฉบับไว้ จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาททั้งสามฉบับแก่โจทก์ หากส่งให้ไม่ได้ก็ขอให้ศาลมีคำสั่งไปยังหอทะเบียนที่ดินให้ออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่แก่โจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท สำนวนหลังโจทก์ฟ้องมีใจความว่า นอกจากที่ดินพิพาท ๓ แปลงตามฟ้องสำนวนแรกแล้ว เจ้ามรดกยังมีบ้านไม้ ๑ หลัง ราคาประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ยุ้งข้าว ๑ หลัง ราคาประมาณ ๒,๐๐๐ บาท และควาย ๒ ตัว ราคาประมาณ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยครอบครองอยู่ในฐานะจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกแต่ไม่ได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมและจำเลยเข้าทำนาในที่ดินทั้งสามแปลงตามฟ้องสำนวนแรก จำเลยจึงควรเสียค่าเช่านาให้แก่ทายาทผู้รับมรดก รวมค่าเช่า ๒๒,๒๐๐ บาท เมื่อรวมกับทรัพย์สินอื่นที่กล่าวมา ๘,๐๐๐ บาท รวมเป็นทรัพย์มรดก ๓๐,๒๐๐ บาท โจทก์มีสิทธิได้รับ ๕ ใน ๗ ส่วน เป็นเงิน ๒๑,๕๖๕ บาท ขอให้บังคับจำเลยมอบคืนบ้าน ยุ้งข้าว และควาย ๒ ตัวแก่โจทก์ ถ้าไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาตามสิทธิของโจทก์ ๕ ใน ๗ ส่วน เป็นเงิน ๕,๗๑๐ บาท กับชำระค่าเช่านาตามสิทธิของโจทก์เป็นเงินประมาณ ๑๕,๘๕๕ บาทแก่โจทก์ กับให้จำเลยเสียค่าเช่านาให้แก่โจทก์ในปีต่อไปปีละ ๑๒๐ ถัง คิดราคาถังละ ๓๐ บาท เป็นเงินปีละ ๒,๕๗๐ บาท ตามส่วนได้ของโจทก์จนกว่าจะส่งมอบที่ดินให้โจทก์ ในสำนวนแรกจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยเป็นบุตรของนางไท มิ่งขวัญ ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ทั้งห้า นายหยี่สร้อยเพ็ชร และนายบุญ สร้อยเพ็ชร นายหยี่ สร้อยเพ็ชร และนางไท มิ่งขวัญได้สละมรดกแล้ว จำเลยในฐานะผู้สืบสันดานของนางไทก็เข้าสืบมรดกแทนที่นางไท จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาททั้งสามแปลงอย่างเป็นเจ้าของ ๖-๗ ปีแล้วโจทก์ทั้งห้าไม่เคยเข้าเกี่ยวข้องด้วยเลย โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปีนับตั้งแต่วันที่นางสีตาย คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง สำนวนที่สอง จำเลยให้การเหมือนกับสำนวนแรกและมีข้อความเพิ่มเติมว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่านาจากจำเลย บ้านไม้และยุ้งข้าวของเดิมได้ผุพังหมดแล้วที่มีอยู่ขณะนี้เป็นของจำเลยปลูกสร้างขึ้นใหม่ ควาย ๒ ตัว นางสีได้ยกให้จำเลยแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นางทวน แสงเพ็ชร โจทก์ที่ ๑ เบิกความว่า ก่อนนางสีตายนางจ้อยเป็นคนทำนาในที่ดินแปลง ๒ ไร่เศษ (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๑๕๑) ส่วนจำเลยทำนาในที่ดินแปลง ๗ ไร่ และ ๘ ไร่ (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๗๐ และ ๔๕๗๙) เมื่อนางสีตายแล้ว นางจ้อยและจำเลยก็ยังคงทำนาอยู่ในที่ดินดังกล่าวและยังเบิกความอีกตอนหนึ่งว่าตอนที่นางสีตายใหม่ ๆ พยานกับพี่น้องทุกคนจะไม่เอาที่ดินมรดกของนางสี โดยจะให้จำเลยและนางจ้อยแบ่งกันเอง แสดงว่าโจทก์ทั้งห้ามิได้ครอบครองที่พิพาททั้งสามแปลงดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากนางสีตายแล้ว ๒ ปี จำเลยได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาททั้งสามแปลงโดยการครอบครองปรปักษ์ดังกล่าวแล้ว ประกอบกับจำเลยเบิกความว่าที่ดินแปลง ๒ ไร่เศษ (ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๑๕๑) นางจ้อยเป็นคนทำจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ส่วนจำเลยทำนาในที่พิพาทอีก ๒ แปลง บ้านไม้ ยุ้งข้าว และกระบือที่พิพาทนางสียกให้จำเลยก่อนนางสีตาย แสดงให้เห็นว่าหลังจากนางสีตายแล้วจำเลยและนางจ้อยได้แบ่งกันครอบครองทรัพย์มรดกของนางสีเพื่อตนเองเป็นส่วนสัดตลอดมา ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนางสีไม่ได้ร่วมครอบครองทรัพย์มรดกของนางสี และจำเลยก็มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกของนางสีแทนทายาทคนอื่น ๆ แต่ประการใด ฉะนั้นเมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔ วรรคแรก บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ฯลฯ" อายุความฟ้องร้องคดีมรดกจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกตาย เมื่อนางสีตาย พ.ศ. ๒๕๑๗ อายุความ ๑ ปี ก็ต้องเริ่มนับตั้งแต่นั้นมา หาใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๑๕/๒๕๒๑ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ดังโจทก์ทั้งห้าฎีกาไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ทั้งห้าเพิ่งฟ้องคดีทั้งสองนี้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ และ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นการฟ้องภายหลังนางสีเจ้ามรดกตายเกินกว่า ๑ ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว มีปัญหาต่อไปว่า จำเลยมีสิทธิยกอายุความ ๑ ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ทั้งห้าผู้เป็นทายาทโดยธรรมาอันดับ ๓ ของนางสีได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.๖ ที่นางไท มารดาจำเลยกับนายหยี่ สร้อยเพ็ชร ได้ตกลงกันระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนางสีโดยทั้งสองฝ่ายต่างสละสิทธิในการรับมรดกของนางสี สัญญาดังกล่าวจึงมีผลเป็นการสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๒ จำเลยซึ่งเป็นบุตรผู้สืบสันดานของนางไท้ จึงมีสิทธิสืบมรดกได้ตามสิทธิของตนตามมาตรา ๑๖๑๕ และมีฐานะเป็นทายาทของนางสีในลำดับเดียวกันกับโจทก์ทั้งห้าจึงมีสิทธิยกอายุความ ๑ ปีขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามมาตรา ๑๗๕๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3961 - 3962/2528 นางทวน แสงเพ็ชร ที่ 1 นายยอด สร้อยเพชร ที่ 2 นายสอน สร้อยเพ็ชร ที่ 3 นายเผิน สร้อยเพ็ชร ที่ 4 นายอยู่ สร้อยเพ็ชร ที่ 5 โจทก์ นายเรียน มิ่งขวัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ3 - นางทวน แสงเพ็ชร ที่ 1 นายยอด สร้อยเพชร ที่ 2 นายสอน สร้อยเพ็ชร ที่ · โจทก์ - นายเผิน สร้อยเพ็ชร ที่ 4 นายอยู่ สร้อยเพ็ชร ที่ 5 · จำเลย - นายเรียน มิ่งขวัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1200/2523ฎีกา 406/2510ฎีกา 621/2519ฎีกา 7200/2540ฎีกา 943/2513ฎีกา 1368/2510ฎีกา 94/2493ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 8460/2558ฎีกา 58/2531ฎีกา 721/2479ฎีกา 1249/2493ฎีกา 2660/2545ฎีกา 3994/2540ฎีกา 1028/2564ฎีกา 192/2485ฎีกา 3568/2548ฎีกา 8430/2547ฎีกา 1251/2493ฎีกา 2792/2535ฎีกา 1358/2505ฎีกา 159/2513ฎีกา 247/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา