คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2479
ป.พ.พ. ม.1754
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกทรัพย์มรดกในระหว่างผู้รับมรดกด้วยกัน หากมิได้นำสืบว่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนตนและนับจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกิน 1 ปี คดีนั้นย่อมขาดอายุความ
ย่อคำพิพากษา
พฤตติการณ์ที่เป็นการ+ครองมฤดก การฟ้องเรียกทรัพย์มฤดกในระหว่างผู้รับมฤดกด้วยกัน ถ้ามิได้นำสืบว่าอีกฝ่ายหนึ่งได้ปกครองไว้ให้แทนแลนับจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกิน 1 ปี คดีย่อมขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกส่วนแบ่งมฤดกของสามีโจทก์จากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับมฤดกปรากฎว่าโจทก์จำเลยอยู่ร่วมกันในตึกของผู้ตาย ทรัพย์รายพิพาทคือช้าง ๑ เชือก กับที่ดินอีก ๑ แปลง จำเลยได้ครอบครองตลอดมาโดยไม่ปรากฎว่าได้ปกครองแทนจำเลยด้วย แลนับจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจกท์สืบไม่ได้ว่า จำเลยได้ครอบครองทรัพย์รายพิพาทไว้แทนโจทก์แล้ว คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความให้ยกฟ้องโจทก์ฉะเพาะข้อนี้เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2479
นางเล็ก ณ ระนอง โจทก์
นางแพ ณ ระนองที่ 1,นายคอเบี้ยนห้อง ณระนองที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเล็ก ณ ระนอง · จำเลย - นางแพ ณ ระนองที่ 1,นายคอเบี้ยนห้อง ณระนองที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา