⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8460/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8460/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีกำหนดอายุความ ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องได้ตลอดเวลาหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้เป็นคดีจัดการมรดกซึ่งไม่มีบทบัญญัติกำหนดอายุความการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วกี่ปีก็ได้ ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอเป็นคดีนี้เกินกว่า 34 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วก็ตาม ผู้ร้องก็ยังมีสิทธิที่ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ หาจำต้องยื่นภายในกำหนดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 อันเป็นบทบัญญัติเรื่องการฟ้องคดีมรดกไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนางปุ้ย ผู้ตาย ต่อมาวันที่ 30 สิงหาคม 2533 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนผู้คัดค้านที่ 2 จากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งนางสาวสายม่าน เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางบุญเรือน ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนางปุ้ย ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า แม้ผู้คัดค้านทั้งสองจะยื่นคำคัดค้านว่าผู้ตายยกที่ดินแปลงที่ 3 ให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 และนางสาวสายม่านในฐานะผู้จัดการมรดกได้ส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงที่ 3 แต่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย และการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เป็นเจ้าของที่ดินตามคำคัดค้านจึงถือได้ว่ายังมีข้อโต้แย้ง คดีนี้เป็นคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ประเด็นแห่งคดีมีเพียงว่า สมควรตั้งผู้ร้องหรือผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่เท่านั้น แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย แต่ในการตั้งผู้จัดการมรดกนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคสอง กำหนดให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลเห็นสมควร แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามกฎหมาย แต่เมื่อพิเคราะห์ทางได้เสียของกองมรดกและทายาทของเจ้ามรดกแล้วยังไม่เห็นสมควรที่จะตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หรือตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องตามที่ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องแถลงว่าผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2557 สอบผู้คัดค้านที่ 2 ผู้คัดค้านที่ 2 แถลงว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตายจริง ตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร์ เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตายและการดำเนินคดีนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัว จึงให้จำหน่ายคดีของผู้คัดค้านที่ 1 ออกจากสารบบความศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคดีนี้เมื่อพ้นกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง แล้ว หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีจัดการมรดกซึ่งไม่มีบทบัญญัติกำหนดอายุความการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ดังนั้นผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วกี่ปีก็ได้ ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอเป็นคดีนี้เกินกว่า 34 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วก็ตาม ผู้ร้องก็ยังมีสิทธิที่ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ หาจำต้องยื่นภายในกำหนดอายุความตามมาตรา 1754 อันเป็นบทบัญญัติเรื่องการฟ้องคดีมรดกไม่ ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2410 ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 17 ไร่ 20 ตารางวา ที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกนั้น นางสาวสายม่าน ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้แบ่งปันโดยการส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติว่า ทรัพย์มรดกของผู้ตายได้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีทรัพย์มรดกที่จะต้องจัดการต่อไป จึงไม่มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับไว้พิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8460/2558 นางบุญเรือน ผายพิมาย ผู้ร้อง นางสาวมุ้ง ภักดีรัตน์ กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางบุญเรือน ผายพิมาย · ผู้คัดค้าน - นางสาวมุ้ง ภักดีรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี · กึกก้อง สมเกียรติเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายกษิดิศ สุพรรณเภสัช · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายองอาจ แน่นหนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1358/2558

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1200/2523ฎีกา 964/2512ฎีกา 406/2510ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 268-269/2493ฎีกา 16195/2556ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1546/2505ฎีกา 778/2538ฎีกา 922/2498ฎีกา 94/2493ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 6246/2539ฎีกา 58/2531ฎีกา 1665/2498ฎีกา 1330/2518ฎีกา 2526/2531ฎีกา 721/2479ฎีกา 8267/2538ฎีกา 478/2483ฎีกา 450/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา