⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 580/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใส่ความผู้อื่น แม้จะส่งถึงบุคคลเดียว ก็ถือว่าเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม และการดูหมิ่นผู้พิพากษาขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

หนังสือใส่ความผู้อื่นนั้น แม้จะส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ก็ถือว่าใส่ความต่อบุคคลที่ 3 ตามมาตรา 326 แห่ง ประมวลกฎหมายอาญา เมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา และได้ร่วมเป็นองค์คณะตัดสินคดีที่ทำให้จำเลยแพ้และจำเลยได้กล่าวข้อความซึ่งเป็นการดูหมิ่น โจทก์ในฐานะที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา ย่อมเป็นความผิดต่อมาตรา 198ประมวลกฎหมายอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.151 กฎหมายลักษณะอาญา ม.282 ประมวลกฎหมายอาญา ม.198 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๓๒๖, ๑๙๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๒๖ ฐานใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ และตามมาตรา ๑๙๘ ฐานดูหมิ่นผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดี แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว กัน ให้ลงโทษตาม มาตรา ๑๙๘ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๖ เดือน เมื่อจำเลยผิดมาตรา ๑๙๘ แล้วย่อมไม่ผิดมาตรา ๑๓๖ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกมาตรา ๓๒๖ มีกำหนด ๑ เดือน แล้ให้รออาญาการลงโทษไว้ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นรับเฉพาะข้อ ๒ (๑) คือข้อที่ให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยผิดมาตรา ๓๒๖ หรือไม่ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๙๘ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะส่งหนังสือร้องเรียน (เอกสาร จ.๔) ไปยังนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ก็ถือว่าใส่ความต่อบุคคลที่ ๓ ตามมาตรา ๓๒๖ และวินิจฉัยต่อไปว่า เอกสาร จ.๔ ที่จำเลยทำขึ้นและยื่นต่อนายกรัฐมนตรีนั้นมีข้อความที่เป็นการดูหมิ่นโจทก์ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา เพราะโจทก์ได้ร่วมองค์คณะพิพากษาคดึที่จำเลยฟ้องกระทรวงยุติธรรม ให้จำเลยเป็นผู้แพ้คดี กล่าวคือ จำเลยได้กล่าวในเอกสาร จ.๔ นั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ลแะพวก โดยกล่าวหาว่าทำผิดวินัยทุจริตต่อหน้าที่ อันเป็นความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ข้อกล่าวหาของจำเลยในเอกสาร จ.๔ ต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาและเป็นผู้ร่วมตัดสินคดีของจำเลยด้วยมีหลายประการ ซึ่งเป็นการดูหมิ่นโจทก์ในฐานที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา เช่น จำเลยกล่าวว่า โจทก์ทนงองอาจจงใจจตัดสินคดีโดยแหวกแนวนอกเหนือกฎหมาย ตัดสินความโดยความโง่เขา ไม่รอบรู้กฎหมายอันว่าด้วยวิธี สบัญญัติแตกฉาน นอกจากนี้ยังขอให้สอบสวนเพื่อขับไล่โจทก์ออกจากศาลฎีกา เพราะเป็นคนบ่อนทำลาวเกียรติยศชื่อเสียงของศาลฎีกา ดังนี้ ข้อความในเอกสาร จ.๔ ที่ยกขึ้นกล่าวนั้น เป็นการกล่าวหาดูหมิ่นโจทก์ในขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาศาลฎีกาตามมาตรา ๑๙๘ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ว่า จำเลยผิดมาตรา ๑๙๘, ๓๒๖ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๙๘ ซึ่งเป็นบทหนัก กำหนด ๖ เดือน แต่ให้รอลงอาญาไว้ ๓ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2505 หลวงสุทธิมนต์นฤนาท โจทก์ หลวงสุทธิธารณ์นฤภัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท · จำเลย - หลวงสุทธิธารณ์นฤภัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · อรรถไพศาลศรุดี · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเชิญ สินธุนาวา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 291/2536ฎีกา 426/2512ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 295/2505ฎีกา 1273/2506ฎีกา 64/2465ฎีกา 364/2485ฎีกา 3992/2539ฎีกา 5393/2534ฎีกา 801/2486ฎีกา 110/2516ฎีกา 1140/2522ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1208/2506ฎีกา 1105/2519ฎีกา 117/2529ฎีกา 858/2523ฎีกา 148/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา