⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 810/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์การประเมินภาษีที่ยื่นเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีคำสั่งยกอุทธรณ์พร้อมให้เหตุผลประกอบ ก็ไม่ทำให้คำสั่งยกอุทธรณ์นั้นเปลี่ยนแปลงไป และผู้มีส่วนได้เสียไม่มีอำนาจโต้แย้งการประเมินนั้นต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อปรากฎว่าได้อุทธรณ์การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานเกินกำหนดเวลา 15 วันแล้วแม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะสั่งยกอุทธณ์เพราะยื่นเกินกำหนดแล้วจะได้ให้เหตุผลไว้ในคำสั่งด้วยว่า ผู้อุทธรณ์ขายที่ดินเป็นการค้ากำไร ก็ไม่ทำให้คำชี้ขาดยกอุทธรณ์นั้นเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น และผู้อุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจจะโต้แย้งการประเมินต่อไป การอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 วรรค 3 มาตรา 227,247 นั้น เสียค่าขึ้นศาลเพียง 50 บาทตามตาราง 1 ข้อ 2 ข. ถึงแม้จะได้ความว่าในศาลชั้นต้นได้เสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์มาแล้วก็ตาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่สั่งให้โจทก์เสียภาษีการค้าที่ดิน จำเลยให้การว่าโจทก์ขายที่ดินเป็นการค้าหากำไร โจทก์อุทธรณ์เกินกำหนด ๑๕ วันนับแต่รับแจ้งการประเมิน ฟ้องคดี ไม่ได้ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่าโจทก์อุทธรณ์เกินกำหนด ถือว่าไม่มีอุทธรณื ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ อ้างฎีกาที่ ๑๔๙๕/๒๔๙๓,๓๕๕/๒๔๙๒ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๐ ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๕ ต้องอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันรับแจ้งการประเมิน เรื่องนี้โจทก์รับแจ้งการประเมินเมื่อ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๑ โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๑ เกิน ๑๕ วัน แม้ในคำสั่งยกอุทธรณ์นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนอกจากจะให้เหตุผลว่าอุทธรณ์เกินกำหนดแล้ว จะให้เหตุผลด้วยว่า โจทก์ขายที่ดินเป็นการค้ากำไร ก็ไม่ทำให้อทุธรณ์กลับเป็นอุทธรณ์ที่ชอบและไม่ทำให้คำชี้ขาดที่ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งยื่นเกินกำหนดมีผลเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โจทก์ไม่มีอำจาจจะรื้อการประเมินขึ้นโต้แย้งต่อไปได้ ศาลฎีกาเห็นว่าคำขอในฎีกาของโจทก์เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามตาราง ๑ ข้อ ๑ คือ ให้ศาลชี้ขาดว่าโจทก์ไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระตามจำนวนที่จำเลยสั่งให้โจทก์เสียภาษีการค้า โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาในศาลชั้นต้นจึงเป็นการชอบแล้ว แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นชี้ขาดเบื้องต้นทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ วรรค ๒ โจทก์อุทธรร์ฎีกาต่อมาตามมาตรา ๒๔ วรรค ๓ ,๒๒๗,๒๔๗ ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง ๑ ข้อ ๒ ข. เรื่องละ ๕๐ บาท ที่โจทก์เสียมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ฎีกาตามจำนวนทุนทรัพย์จึงเกินไป พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาที่เกินกว่าศาลละ ๕๐ บาทให้โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2505 นางสงิม วารุณประภา โจทก์ นายประกอบ ทรัพยมณี ผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรีที่ 1 ร้อยตรีประภาส สาร ชวนะกิจ สรรพากรจังหวัดนนทบุรี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสงิม วารุณประภา · สาร - นายประกอบ ทรัพยมณี ผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรีที่ 1 ร้อยตรีประภาส · จำเลย - ชวนะกิจ สรรพากรจังหวัดนนทบุรี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · การุณย์นราทร · พิสัยสารคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสุธีร์ จันทร์เจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สุขารมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1307-1308/2531ฎีกา 5157/2537ฎีกา 5607/2550ฎีกา 8273/2551ฎีกา 577/2508ฎีกา 2439/2531ฎีกา 4604/2533ฎีกา 3801/2534ฎีกา 42/2518ฎีกา 2653/2541ฎีกา 4708/2542ฎีกา 2227/2534ฎีกา 350/2531ฎีกา 2230/2544ฎีกา 888/2519ฎีกา 85/2529ฎีกา 894/2521ฎีกา 2518/2540ฎีกา 3148/2535ฎีกา 5251/2534ฎีกา 8298/2557ฎีกา 1466/2516ฎีกา 1379/2547ฎีกา 3802-3803/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา