⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 986/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงข้อความเท็จและปกปิดความจริงเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ไม่เข้าลักษณะฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น หากแต่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงธรรมดา

ย่อคำพิพากษา

การหลอกลวงด้วยแสดงข้อความเท็จและปกปิดความจริงว่าตัวเองเป็นภริยาและทายาทของผู้ตาย เพื่อให้มีสิทธิรับบำนาญพิเศษของผู้ตายนั้น ไม่เข้าลักษณะฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น เพราะไม่ได้แสดงตนว่าเป็นคนหนึ่งคนใด คงมีผิดฐานฉ้อโกงธรรมดา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.342

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนี้สมคบกับนางแจ้ง พงษ์เกษม ซึ่งถูกฟ้องศาลลงโทษไปแล้ว หลอกลวงนายอำเภอพระนครศรีอยุธยาว่า นางแจ้ง พงษ์เกษม เป็นภริยาของสิโทเพิ่ม พงษ์เกษม ผู้ถึงแก่ความตายในหน้าที่ราชการ จึงเป็นทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำนาญพิเศษของสิบโทเพิ่มนายอำเภอพระนครศรีอยุธยาสอบสวนแล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงออกหนังสือรับรองแจ้งไปยังกรมการเงิน กระทรวงกลาโหม ๆ จึงจ่ายเงินบำนาญพิเศษให้นางแจ้งรับไป ๓ คราว จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑,๓๔๒,๘๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินที่รับไปด้ย จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่านางแจ้งไม่ใช่ภริยาและไม่ได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับบำนาญพิเศษของสิบโทเพิ่ม จำเลยนี้เป็นผู้ติดต่อจัดการให้นางแจ้งหลอกลวงนายอำเภอพระนครศรีอยุธยาด้วยการแสดงข้อความเท็จ จึงมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๒ จำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา เฉพาะข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๒ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๓๔๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นบทบัญญัติที่กำหนดโทษหนักขึ้น ถ้าการกระทำผิดฐานฉ้อโกงต้องด้วยลักษณะฉกรรจ์ดังที่บัญญัติไว้ คือ (๑) แสดงตนเป็นคนอื่น ฯ่ลฯ "คดีนี้ปรากฎว่า นางแจ้งมิได้แสดงตนว่าเป็นคนหนึ่งคนใด แต่นางแจ้งแสดงว่าตัวเขาเองเป็นภริยาและทายาทของสิบโทเพิ่ม ซึ่งเป็นแต่แสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงเท่านั้น หาเข้าลักษณะแสดงตนเป็นคนอื่นไม่ จำเลยจึงไม่ผิดตามมาตรา ๓๔๒ ซึ่งมีโทษหนักขึ้น แต่คงมีความผิดตามมาตรา ๓๔๑ ซึ่งเป็นบทมาตราที่บัญญัติความผิดฐานฉ้อโกงธรรมดา ต้องปรับบทด้วยมาตรา ๓๔๑ ส่วนโทษที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา คงอยู่ในอัตราของมาตรา ๓๔๑ ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าสมควรแล้ว พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ นอกนั้นคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2505 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเฟื่อง สุคนธสิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเฟื่อง สุคนธสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเกียรติ ผลสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5090/2565ฎีกา 3962/2546ฎีกา 21183/2556ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1529/2501ฎีกา 10552/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา