⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3962/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3962/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเอกสารปลอมไปใช้ในการกู้เงิน และหลบหนีเมื่อรู้ตัวว่าถูกเจ้าพนักงานตำรวจติดตาม ถือเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่บ้านผู้เสียหายเพื่อให้จำเลยที่ 2ที่ 3 กู้เงินผู้เสียหายโดยใช้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนปลอมเป็นหลักฐานการขอกู้เงิน และไปจอดรถรออยู่ริมบึง ซึ่งพันตำรวจตรี บ. ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามได้วางกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไว้รอบบึงเจ้าพนักงานตำรวจได้วิทยุแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบ ตั้งแต่ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วไปจอดรถรออยู่ระหว่างจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1รู้ตัวจึงขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจวิทยุสกัดจับกุมไว้ได้ ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการปลอมเอกสารนำเอกสารที่ช่วยกันทำปลอมขึ้นไปถ่ายสำเนาหลายครั้งและขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตั้งแต่วันแรกและไปนอนค้างคืนที่โรงแรมในอำเภอ และวันรุ่งขึ้นก็ยังขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่บ้านผู้เสียหายอีก และขณะถูกจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจค้นในรถก็พบกระเป๋าเสื้อผ้าของจำเลยที่ 2 และที่ 3 พยานหลักฐานโจทก์จึงปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.342

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83,91, 264, 265, 266, 268, 341, 342 และริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266(1), 86 (ที่ถูกประกอบมาตรา 86) และมาตรา 342(1) ประกอบมาตรา 80, 86 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผู้สนับสนุนใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุก 8 เดือน จำเลยที่ 2และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266(1), 83 (ที่ถูกประกอบมาตรา 83) และมาตรา 342(1) ประกอบมาตรา 80,83 การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่8 มกราคม 2540 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา จำเลยที่ 2 และที่ 3 มาขอกู้เงินจากผู้เสียหายที่บ้านโดยใช้หลักฐานตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.4 เมื่อตรวจดูสำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนแล้วน่าเชื่อว่าเป็นเอกสารปลอมเพราะมีร่องรอยพิรุธ เนื่องจากผู้เสียหายเคยถูกหลอกมาครั้งหนึ่งแล้ว จึงวางแผนให้มารับเงินในวันรุ่งขึ้นโดยให้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินไว้และแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อจับกุม วันที่ 9 มกราคม 2540 จำเลยที่ 2 และที่ 3มารับเงินโดยจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะมาส่งที่หน้าบ้านผู้เสียหายแล้วขับรถไปจอดรออยู่ริมบึงพลาญชัย ขณะจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 รู้ตัวจึงขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจสกัดจับกุมไว้ได้ ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเห็นว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 และไปจอดรถรออยู่ริมบึงพลาญชัย ซึ่งพันตำรวจตรีบุญฤทธิ์ ชวีวัฒน์ ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามเบิกความว่า ขณะนั้นได้วางกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไว้รอบบึงพลาญชัย เจ้าพนักงานตำรวจได้วิทยุแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบตั้งแต่ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3แล้วไปจอดรถรออยู่ ระหว่างจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 รู้ตัวจึงขับรถยนต์หลบหนีเจ้าพนักงานตำรวจวิทยุสกัดจับกุมไว้ได้ เมื่อพิจารณาประกอบรายละเอียดคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.10 ซึ่งจำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการปลอมเอกสารนำเอกสารที่ช่วยกันทำปลอมขึ้นไปถ่ายสำเนาหลายครั้งและขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตั้งแต่วันแรกและไปนอนค้างคืนที่โรงแรมในอำเภอเมืองมหาสารคาม และวันรุ่งขึ้นก็ยังขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3ที่บ้านผู้เสียหายอีก และจำเลยที่ 1 เบิกความรับว่า ขณะถูกจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นในรถก็พบกระเป๋าเสื้อผ้าของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพันตำรวจตรีบุญฤทธิ์กับร้อยตำรวจโทคงศักดิ์ จันทร์ระสา เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยที่ 1 และพนักงานสอบสวนจะรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 มาก่อนจึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งหรือเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 ให้ต้องรับโทษ จำเลยที่ 1 เองเบิกความรับว่ารับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจในข้อหาปลอมเอกสาร ฉะนั้น พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3962/2546 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นาง สุวรรณ เคนท้าว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นาง สุวรรณ เคนท้าว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · จำรูญ แสนภักดี · สมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 831/2541ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 2724/2519ฎีกา 9368/2552ฎีกา 786/2519ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ