⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3962/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3962/2546

ป.อาญา ม.59, 80, 83 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.227

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเอกสารปลอมไปใช้ในการกู้เงิน และหลบหนีเมื่อรู้ตัวว่าถูกเจ้าพนักงานตำรวจติดตาม ถือเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่บ้านผู้เสียหายเพื่อให้จำเลยที่ 2ที่ 3 กู้เงินผู้เสียหายโดยใช้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนปลอมเป็นหลักฐานการขอกู้เงิน และไปจอดรถรออยู่ริมบึง ซึ่งพันตำรวจตรี บ. ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามได้วางกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไว้รอบบึงเจ้าพนักงานตำรวจได้วิทยุแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบ ตั้งแต่ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วไปจอดรถรออยู่ระหว่างจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1รู้ตัวจึงขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจวิทยุสกัดจับกุมไว้ได้ ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการปลอมเอกสารนำเอกสารที่ช่วยกันทำปลอมขึ้นไปถ่ายสำเนาหลายครั้งและขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตั้งแต่วันแรกและไปนอนค้างคืนที่โรงแรมในอำเภอ และวันรุ่งขึ้นก็ยังขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่บ้านผู้เสียหายอีก และขณะถูกจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจค้นในรถก็พบกระเป๋าเสื้อผ้าของจำเลยที่ 2 และที่ 3 พยานหลักฐานโจทก์จึงปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.342

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83,91, 264, 265, 266, 268, 341, 342 และริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266(1), 86 (ที่ถูกประกอบมาตรา 86) และมาตรา 342(1) ประกอบมาตรา 80, 86 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผู้สนับสนุนใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุก 8 เดือน จำเลยที่ 2และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266(1), 83 (ที่ถูกประกอบมาตรา 83) และมาตรา 342(1) ประกอบมาตรา 80,83 การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 1 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่8 มกราคม 2540 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา จำเลยที่ 2 และที่ 3 มาขอกู้เงินจากผู้เสียหายที่บ้านโดยใช้หลักฐานตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.4 เมื่อตรวจดูสำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนแล้วน่าเชื่อว่าเป็นเอกสารปลอมเพราะมีร่องรอยพิรุธ เนื่องจากผู้เสียหายเคยถูกหลอกมาครั้งหนึ่งแล้ว จึงวางแผนให้มารับเงินในวันรุ่งขึ้นโดยให้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินไว้และแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อจับกุม วันที่ 9 มกราคม 2540 จำเลยที่ 2 และที่ 3มารับเงินโดยจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะมาส่งที่หน้าบ้านผู้เสียหายแล้วขับรถไปจอดรออยู่ริมบึงพลาญชัย ขณะจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 รู้ตัวจึงขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจสกัดจับกุมไว้ได้ ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเห็นว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 และไปจอดรถรออยู่ริมบึงพลาญชัย ซึ่งพันตำรวจตรีบุญฤทธิ์ ชวีวัฒน์ ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสามเบิกความว่า ขณะนั้นได้วางกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไว้รอบบึงพลาญชัย เจ้าพนักงานตำรวจได้วิทยุแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบตั้งแต่ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3แล้วไปจอดรถรออยู่ ระหว่างจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 รู้ตัวจึงขับรถยนต์หลบหนีเจ้าพนักงานตำรวจวิทยุสกัดจับกุมไว้ได้ เมื่อพิจารณาประกอบรายละเอียดคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.10 ซึ่งจำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการปลอมเอกสารนำเอกสารที่ช่วยกันทำปลอมขึ้นไปถ่ายสำเนาหลายครั้งและขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตั้งแต่วันแรกและไปนอนค้างคืนที่โรงแรมในอำเภอเมืองมหาสารคาม และวันรุ่งขึ้นก็ยังขับรถยนต์ไปส่งจำเลยที่ 2 และที่ 3ที่บ้านผู้เสียหายอีก และจำเลยที่ 1 เบิกความรับว่า ขณะถูกจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นในรถก็พบกระเป๋าเสื้อผ้าของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพันตำรวจตรีบุญฤทธิ์กับร้อยตำรวจโทคงศักดิ์ จันทร์ระสา เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยที่ 1 และพนักงานสอบสวนจะรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 มาก่อนจึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งหรือเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 ให้ต้องรับโทษ จำเลยที่ 1 เองเบิกความรับว่ารับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจในข้อหาปลอมเอกสาร ฉะนั้น พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานร่วมกันพยายามฉ้อโกงและฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการและเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3962/2546 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นาง สุวรรณ เคนท้าว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นาง สุวรรณ เคนท้าว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · จำรูญ แสนภักดี · สมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1089/2559ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 647/2563ฎีกา 831/2541ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1141/2506ฎีกา 5957/2530ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ