⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 997/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. พินัยกรรมที่ทำร่วมกันโดยเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม จะมีผลบังคับเฉพาะส่วนของผู้ทำพินัยกรรมที่ถึงแก่ความตายไปก่อนเท่านั้น 2. เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนหนึ่งจะเข้าทำประโยชน์ในทรัพย์สินที่ยังไม่ได้แบ่งแยกกันนั้น หาใช่การละเมิดต่อเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอีกคนหนึ่งไม่

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าของร่วมได้ทำพินัยกรรมฉบับเดียวกันยกทรัพย์ให้แก่ใคร แม้จะระบุว่า ถ้าเขาทั้งสองตายไปแล้ว ให้ทรัพย์ตกได้แก่ผู้นั้นก็ดี เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งตาย แม้อีกคนยังอยู่ ก็ยอมเกิดผลตามพินัยกรรมเฉพาะทรัพย์ส่วนของผู้ที่ตายไปนั้นแล้ว โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมบิดาโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท เมื่อบิดาตาย โจทก์ก็ได้รับมรดกมา จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยกับสามี จำเลยกับสามีเพียงแต่ได้ทำพินัยกรรมยกให้บิดาโจทก์ แต่บัดนี้ไม่ประสงค์จะยกให้แล้ว เพราะบิดาโจทก์ตายไปก่อนจำเลย พินัยกรรมจึงไม่บังเกิดผล ดังนี้ เรื่องพินัยกรรมที่จำเลยต่อสู้จึงเป็นประเด็นที่ศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ใช้ดุลพินิจให้รวมค่าธรรมเนียมแล้วให้โจทก์จำเลยเสียฝ่ายละครึ่งได้ การที่เจ้าของร่วมในที่พิพาทเข้าทำในที่ที่ตนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยนั้น หาเป้นการละเมิดไม่ เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งจะฟ้องขอให้ห้ามหรือเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดไม่ได้ (ที่พิพาทยังไม่ได้แบ่งแยก และเข้าทำเต็มทั้งแปลง).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1684

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายเฮง บิดาโจทก์มีที่ดิน ๑ แปลง เป็นที่มาไม่มีโฉนด เมื่อนายเฮงตายโจทกืเป็นผู้รับมรดก จำเลยเข้าไถและหว่านข้าวทั้งแปลง ขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่นาและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของนายเคลือบ, นางมา นางมาเป็นผู้ไถ หว่าน จำเลยเป็นแต่ช่วยเหลือ นางมาร้องสอบเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าที่พิพาทเป็นของตนกับนายเคลือบ นายเฮงเป็นหลานของตน เดิมตนทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้นายเฮงเมื่อนายเฮงตายไปแล้ว และตนยังมีชีวิตอยู่ พินัยกรรมจึงไม่บังเกิดผล ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเดิมเป็นของนายเคลือบ, นางมา, นายเคลือบ,นางมาทำพินัยกรรมยกให้นายเฮง นายเคลือบตายไปแล้ว แต่นางมายังอยู่ พินัยกรรมจึงยังไม่เกิดผล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็ฟังว่า นายเคลือบ, นางมาทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้นายเฮง แต่เห็นว่าต้องตีความในพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๒,๑๖๘๔ นายเฮงย่อมได้มรดกในส่วนที่เป็นของนายเคลือบ และเมื่อนายเฮงตายจึงตกเป็นของโจทก์ ๆ กับนางมาจึงเป็นเจ้าของที่พิพาทรวมกันกรณีเป็นเรื่องเจ้าของร่วมแย่งกันทำที่พิพาท โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายและข้อห้ามไม่ได้ พิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมทั้ง ๒ ศาลให้รวมกันแล้วช่วยกันเสียฝ่ายละครึ่ง จำเลยฎีกาคัดค้านว่า พินัยกรรมยังไม่บังเกิดผล โจทก์มิได้ยกประเด็นเรื่องพินัยกรรมขึ้นเป็นข้อพิพาทในคำฟ้อง ศาลไม่ควรวินิจฉัยข้อนี้ ศาลอุทธรณืพิพากษาเรื่องค่าธรรมเนียมไม่ชอบด้วยรูปคดีเพราะโจทก์แพ้คดีจำเลยเต็บประเด็นที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์ฎีกาว่าเมื่อโจทก์มีส่วนถือกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและจำเลยเข้าไปทำนาเสียทั้งแปลงเกินส่วนของจำเลย จึงตกเป็นผู้ละเมิด ต้องใช้ค่าเสียหายและโจทก์ขอให้ห้ามจำเลยได้ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่าง และเห็นว่า การที่เจ้าของร่วมได้ทำพินัยกรรมฉบับเดียวกันยกทรัพย์ให้แก่ใคร แม้จะระบุว่า ถ้าข้าพเจ้าทั้งสอบได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว ให้ทรัพย์ตกได้แก่ผู้นั้นก็ดี แต่ก็เห็นได้ว่าเป็นความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมแต่ละคนที่จะยกทรัพย์ของตนให้แก่ผู้ร้อง ฉะนั้น เมื่อคนหนึ่งตายไป แม้อีกคนหนึ่งจะยังอยู่ ก็ย่อมเกิดผลตามพินัยกรรมเฉพาะทรัพย์ส่วนของผู้ตายไปนั้น ตรงตามความประสงค์ของเขาแล้ว โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินเป็นของนายเฮง แต่จำเลยร่วมต่อสู้ว่าเป็นของนายเคลือบกับจำเลยร่วม และบุคคลทั้งสองได้ทำพินัยกรรมยกให้นายเฮงบัดนี้ จำเลยร่วมไม่ประสงค์จะให้ต่อไป เรื่องพินัยกรรมตามที่จำเลยต่อสู้จึงเป็นประเด็นที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้ ค่าธรรมเนียมที่ศาลอุทธรณืให้รวมแล้วเสียฝ่ายละครึ่งนั้น เป็นดุลพินิจของศาล การที่เจ้าของร่วมเข้าทำในที่ที่ตนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยนั้น หาเห็นการละเมิดไม่โจทก์จะขอให้ห้ามและเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดไม่ได้ส่วนที่โจทก์ว่า ที่พิพาทควรเป็นของนายเคลือบ ๒ ส่วนนั้น ยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าใครมีส่วนเท่าใดแน่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2505 เด็กหญิงกิมลั้ง มีเคลือบ โดยนางจำรูญมารดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นางหร่ายหรือสาหร่าย มีเคลือบ จำเลย นางมา มีเคลือบ ผู้ร้องสอด จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็กหญิงกิมลั้ง มีเคลือบ โดยนางจำรูญมารดาผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นางหร่ายหรือสาหร่าย มีเคลือบ · จำเลยร่วม - นางมา มีเคลือบ ผู้ร้องสอด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายศิริ แก้ทับทิม · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สุขารมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 558/2509ฎีกา 3467/2525ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 643/2497ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา