⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1183/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อถึงกำหนดชำระค่าเช่าตามสัญญา ผู้เช่ามีหน้าที่ชำระทันที หากไม่ชำระถือเป็นผู้ผิดนัด 2. การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ามีผลสมบูรณ์เมื่อไปถึงผู้เช่า แม้ผู้เช่าจะปฏิเสธการรับก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าบ้านที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่าทำต่อกันระบุไว้ชัดแจ้งว่า ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าในวันสิ้นเดือนตามปฏิทินทุกๆ เดือนนั้น เมื่อผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าเมื่อถึงวันสิ้นเดือนตามปฏิทิน ผู้เช่าก็ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดชำระค่าเช่าแล้ว การบอกกล่าวเลิกการเช่าซึ่งผู้ให้เช่าส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เจ้าหน้าที่ผู้ส่งบันทึกว่า "ผู้รับไม่ยอมรับ ขอคืน" นั้น ถือได้ว่าการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่ามีผลแล้วนับแต่เวลาที่ไปถึงผู้เช่าเป็นต้นไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านจากโจทก์มีกำหนด 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 400 บาท ครบกำหนดแล้ว จำเลยอยู่ต่อไปโดยมิได้ทำสัญญาใหม่ จำเลยไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวติด ๆ กัน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยก็ไม่ยอมชำระให้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่า แต่จำเลยไม่ยอมรับหนังสือของโจทก์ จึงขอให้ขับไล่และชำระค่าเช่าและค่าเสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท และให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง 8,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 400 บาทนับแต่วันฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าที่โจทก์จำเลยทำต่อกันไว้นั้นระบุชัดอยู่แล้วว่า ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าในวันสิ้นเดือนตามปฏิทินทุก ๆ เดือน ฉะนั้น เมื่อถึงวันสิ้นเดือนตามปฏิทินจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ จำเลยก็ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดชำระค่าเช่าแล้วโดยโจทก์มิจำต้องเตือนเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 วรรคสอง โดยเหตุนี้ เรื่องการทวงถามในการให้จำเลยชำระค่าเช่าศาลอุทธรณ์จึงกล่าวว่ามิจำต้องคำนึงถึง ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญาเช่าตามมาตรา 560 นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าการบอกเลิกตามเอกสารจ.4 โจทก์ได้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ปรากฏในบันทึกของเจ้าหน้าที่ว่า "ผู้รับไม่ยอมรับ ขอคืน" แสดงว่าพบผู้รับ คือจำเลยแล้วแต่จำเลยไม่ยอมรับ ฉะนั้น การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงถือว่าได้ถึงจำเลยแล้ว ซึ่งศาลฎีกาก็เห็นพ้องด้วย คดีจึงฟังได้ว่า การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์ได้ถึงจำเลยแล้ว ตามความหมายแห่งมาตรา 130 วรรค 1 ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยยังไม่ได้ทราบข้อความในจดหมายบอกเลิกสัญญานั้น เห็นว่า การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์โดยทางจดหมายนี้ ตามมาตรา 130 วรรค 1 ย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงจำเลยเป็นต้นไป จำเลยจะได้ทราบข้อความในจดหมายนั้นหรือไม่การบอกเลิกสัญญาก็ย่อมมีผลเป็นการบอกเลิกตามมาตรา 560 แล้ว พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2506 นางสาวยุพา มหานีรานนท์ โจทก์ นายสมชัย ศรีสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวยุพา มหานีรานนท์ · จำเลย - นายสมชัย ศรีสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2545ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 10166/2539ฎีกา 394/2550ฎีกา 106/2536ฎีกา 3117/2535ฎีกา 3496/2526ฎีกา 10588/2551ฎีกา 8367/2547ฎีกา 6239/2551ฎีกา 613/2529ฎีกา 806/2518ฎีกา 7635/2543ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 6052/2537ฎีกา 833-834/2533ฎีกา 2013/2531ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 1909/2538ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1497/2529ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1776/2541ฎีกา 923/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา