⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1225/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2506

ป.พ.พ. ม.204, 224, 680 ฯลฯ · ป.รัษฎากร ม.118

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ใบมอบอำนาจที่ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ 2. เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องลูกหนี้ก่อน 3. การค้ำประกันโดยมิได้จำกัดจำนวนเงิน ย่อมคุ้มถึงดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ค้างชำระด้วย 4. ศาลอาจพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตามที่โจทก์ขอ แต่ไม่เกินจำนวนที่โจทก์ระบุขอมา

ย่อคำพิพากษา

ใบมอบอำนาจระบุว่ามอบอำนาจให้ ช.ทวงถามเงินกู้จากจ.และย. แต่งตั้งทนายฟ้องร้องคดีจนถึงที่สุด ดังนี้เป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวกระทำการอันเดียว มอบครั้งเดียว มอบให้กระทำการครั้งเดียว เมื่อปิดอากรแสตมป์ 5 บาท ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ การปิดแสตมป์ในตราสารเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งประมวลรัษฎากรมิได้บัญญัติว่าต้องปิดก่อนหรือระหว่างการนำสืบ ตามสัญญาได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทินเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนด ก็ตกเป็นผู้ผิดนัด เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้จึงชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้นไม่จำต้องฟ้องลูกหนี้ก่อน และเมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน ทั้งผู้ค้ำประกันยังเบิกความว่าไม่ทราบว่าลูกหนี้อยู่ที่ไหนจะมีเงินพอชำระหนี้ได้หรือไม่ ดังนี้ ผู้ค้ำประกันไม่อาจจะอ้างได้ว่าเจ้าหนี้ต้องฟ้องลูกหนี้ก่อนจึงจะฟ้องตนได้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้เงิน ลูกหนี้ก็ต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยค้ำประกันโดยมิได้จำกัดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดการค้ำประกันนี้จึงคุ้มถึงดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ค้างชำระด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าเจ้าหนี้จะมีหลักฐานในการทวงถามจำเลยหรือไม่ จะพอฟังว่าได้ทวงถามแล้วหรือไม่ก็ตาม โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยโดยระบุเงินต้นอัตราระยะเวลาและจำนวนรวมมาด้วย แต่จำนวนที่ขอมานั้นต่ำกว่าจำนวนที่ควรจะคำนวณได้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่โจทก์ขอ แต่จำกัดไว้ด้วยว่าไม่เกินจำนวนที่โจทก์ระบุขอมา (เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ตามสัญญาที่ลูกหนี้ทำไว้แก่เจ้าหนี้ โดยมิได้ฟ้องลูกหนี้ด้วย ไม่ว่าเจ้าหนี้จะได้เรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้นั้นก่อนฟ้องหรือไม่ก็ตาม ผู้ค้ำประกันก็ต้องรับผิดเพื่อใช้ค่าฤชาธรรมเนียมความที่ตนถูกเจ้าหนี้ฟ้องนั้น)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.683 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.684 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.686 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.689 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.800 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 ประมวลรัษฎากร ม.118

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายจือซิงยืมเงินโจทก์ไปรวม 10,000 บาทแล้วต่อมาทำหนังสือขอผ่อนชำระครั้งละ 1,000 บาททุกเดือนนายป๋อจั๊ว นายย่งกี่ และจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันแต่นายจือซิงไม่ชำระตามข้อตกลง โจทก์ทวงนายจือซิงและจำเลย จำเลยเพิกเฉย นายจือซิงย้ายไปไหนไม่ทราบ ขอให้บังคับจำเลยใช้ต้นเงิน 10,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 ถึงวันฟ้อง 2 ปี 2 เดือน เป็นเงิน 2,272 บาท 50 สตางค์ และนับแต่วันฟ้องจนใช้เสร็จ จำเลยให้การต่อสู้คดีอ้างเหตุหลายประการ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 10,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2503 (วันฟ้อง) จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์ด้วย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 7ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 เป็นต้นไป และให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์กับนายจือซิงได้ทำสัญญากันตามคำแปลท้ายฟ้อง(สัญญาผ่อนชำระหนี้) จำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารนั้นในฐานเป็นผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ในเมื่อนายจือซิงไม่ชำระหนี้นั้น แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า 1. ใบมอบอำนาจท้ายฟ้องระบุว่า มอบอำนาจให้นายชอบทวงถามเงินกู้นายจือซิงและนางยุกผิ่น แต่งตั้งทนายฟ้องร้องคดีจนถึงที่สุดแสดงว่าเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวกระทำการอันเดียว กล่าวคือการเอาเงินใช้คืนจากผู้มีชื่อ ไม่ว่าจะได้ง่ายหรือยากเพียงทวงถามหรือต้องฟ้องร้อง อุทธรณ์ฎีกาต้องยึดทรัพย์หรือไม่ มิใช่มอบอำนาจให้กระทำการหลายอัน ใบมอบอำนาจท้ายฟ้องจึงชื่อว่าเป็นการมอบอำนาจเฉพาะอย่าง มอบอำนาจครั้งเดียว มอบให้กระทำการครั้งเดียวตามกฎหมาย มิใช่เป็นการมอบอำนาจทั่วไป หรือมอบหลายครั้ง หรือให้กระทำการหลายครั้ง เมื่อปิดอากรแสตมป์ 5 บาท จึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ 2. เอกสาร จ.1 (สัญญาผ่อนชำระหนี้ที่จำเลยค้ำประกัน) เมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ประมวลรัษฎากรก็มิได้ห้ามมิให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง มิได้บัญญัติว่าต้องปิดอากรแสตมป์ก่อนหรือระหว่างการนำเข้าสืบจึงจะใช้ได้โจทก์จึงอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ 3. นายจือซิงมิได้ชำระเงินให้โจทก์ตามเอกสาร จ.1 เลย และเมื่อได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน แต่นายจือซิงมิได้ชำระตามกำหนด นายจือซิงจึงตกเป็นผู้ผิดนัด เมื่อนายจือซิงลูกหนี้ผิดนัด โจทก์จึงชอบที่จะเรียกให้จำเลยผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้นหาจำต้องฟ้องลูกหนี้ก่อนไม่ และนอกจากนี้ก็ไม่ปรากฏว่าผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน แต่จำเลยกลับว่าไม่ทราบว่านายจือซิงอยู่ที่ไหน จะมีเงินพอชำระหนี้ได้หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ต้องฟ้องนายจือซิงก่อนจึงจะฟ้องผู้ค้ำประกันได้นั้นจึงฟังไม่ขึ้น 4. เมื่อนายจือซิงผิดนัดชำระหนี้เงิน นายจือซิงก็ต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด ร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยค้ำประกันโดยมิได้จำกัดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดการค้ำประกันของจำเลยจึงคุ้มถึงดอกเบี้ยซึ่งนายจือซิงค้างชำระด้วยดังนั้น ไม่ว่าโจทก์จะมีหลักฐานในการทวงถามจำเลยหรือไม่ จะพอฟังว่าได้ทวงถามจำเลยแล้วหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็รับผิดในดอกเบี้ยที่ค้างด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนั้นเกินคำขอ (เพราะระยะเวลานับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 ถึงวันฟ้องนั้น โจทก์ขอไว้เพียง 2,272.50 บาท ซึ่งที่ถูกน่าจะคำนวณได้มากกว่านั้น) พิพากษาแก้เฉพาะดอกเบี้ย ให้จำเลยใช้ในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 ถึงวันฟ้อง แต่ไม่เกิน 2,272.50 บาท และนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าทนายความชั้นนี้ 250 บาทแทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2506 นางเหลี่ยนม้อย แซ่ลี้ โดยนายชอบ วิเชียรรัตน์ โจทก์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางยุกผิ่น แซ่ฮี่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเหลี่ยนม้อย แซ่ลี้ โดยนายชอบ วิเชียรรัตน์ · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางยุกผิ่น แซ่ฮี่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1079/2497ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา