⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1225/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ใบมอบอำนาจที่ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ 2. เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องลูกหนี้ก่อน 3. การค้ำประกันโดยมิได้จำกัดจำนวนเงิน ย่อมคุ้มถึงดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ค้างชำระด้วย 4. ศาลอาจพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตามที่โจทก์ขอ แต่ไม่เกินจำนวนที่โจทก์ระบุขอมา

ย่อคำพิพากษา

ใบมอบอำนาจระบุว่ามอบอำนาจให้ ช.ทวงถามเงินกู้จากจ.และย. แต่งตั้งทนายฟ้องร้องคดีจนถึงที่สุด ดังนี้เป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวกระทำการอันเดียว มอบครั้งเดียว มอบให้กระทำการครั้งเดียว เมื่อปิดอากรแสตมป์ 5 บาท ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ การปิดแสตมป์ในตราสารเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งประมวลรัษฎากรมิได้บัญญัติว่าต้องปิดก่อนหรือระหว่างการนำสืบ ตามสัญญาได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทินเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนด ก็ตกเป็นผู้ผิดนัด เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้จึงชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้นไม่จำต้องฟ้องลูกหนี้ก่อน และเมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน ทั้งผู้ค้ำประกันยังเบิกความว่าไม่ทราบว่าลูกหนี้อยู่ที่ไหนจะมีเงินพอชำระหนี้ได้หรือไม่ ดังนี้ ผู้ค้ำประกันไม่อาจจะอ้างได้ว่าเจ้าหนี้ต้องฟ้องลูกหนี้ก่อนจึงจะฟ้องตนได้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้เงิน ลูกหนี้ก็ต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยค้ำประกันโดยมิได้จำกัดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดการค้ำประกันนี้จึงคุ้มถึงดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ค้างชำระด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าเจ้าหนี้จะมีหลักฐานในการทวงถามจำเลยหรือไม่ จะพอฟังว่าได้ทวงถามแล้วหรือไม่ก็ตาม โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยโดยระบุเงินต้นอัตราระยะเวลาและจำนวนรวมมาด้วย แต่จำนวนที่ขอมานั้นต่ำกว่าจำนวนที่ควรจะคำนวณได้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่โจทก์ขอ แต่จำกัดไว้ด้วยว่าไม่เกินจำนวนที่โจทก์ระบุขอมา (เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ตามสัญญาที่ลูกหนี้ทำไว้แก่เจ้าหนี้ โดยมิได้ฟ้องลูกหนี้ด้วย ไม่ว่าเจ้าหนี้จะได้เรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้นั้นก่อนฟ้องหรือไม่ก็ตาม ผู้ค้ำประกันก็ต้องรับผิดเพื่อใช้ค่าฤชาธรรมเนียมความที่ตนถูกเจ้าหนี้ฟ้องนั้น)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.683 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.684 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.686 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.689 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.800 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายจือซิงยืมเงินโจทก์ไปรวม 10,000 บาทแล้วต่อมาทำหนังสือขอผ่อนชำระครั้งละ 1,000 บาททุกเดือนนายป๋อจั๊ว นายย่งกี่ และจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันแต่นายจือซิงไม่ชำระตามข้อตกลง โจทก์ทวงนายจือซิงและจำเลย จำเลยเพิกเฉย นายจือซิงย้ายไปไหนไม่ทราบ ขอให้บังคับจำเลยใช้ต้นเงิน 10,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 ถึงวันฟ้อง 2 ปี 2 เดือน เป็นเงิน 2,272 บาท 50 สตางค์ และนับแต่วันฟ้องจนใช้เสร็จ จำเลยให้การต่อสู้คดีอ้างเหตุหลายประการ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 10,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2503 (วันฟ้อง) จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์ด้วย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 7ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 เป็นต้นไป และให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์กับนายจือซิงได้ทำสัญญากันตามคำแปลท้ายฟ้อง(สัญญาผ่อนชำระหนี้) จำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารนั้นในฐานเป็นผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ในเมื่อนายจือซิงไม่ชำระหนี้นั้น แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า 1. ใบมอบอำนาจท้ายฟ้องระบุว่า มอบอำนาจให้นายชอบทวงถามเงินกู้นายจือซิงและนางยุกผิ่น แต่งตั้งทนายฟ้องร้องคดีจนถึงที่สุดแสดงว่าเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวกระทำการอันเดียว กล่าวคือการเอาเงินใช้คืนจากผู้มีชื่อ ไม่ว่าจะได้ง่ายหรือยากเพียงทวงถามหรือต้องฟ้องร้อง อุทธรณ์ฎีกาต้องยึดทรัพย์หรือไม่ มิใช่มอบอำนาจให้กระทำการหลายอัน ใบมอบอำนาจท้ายฟ้องจึงชื่อว่าเป็นการมอบอำนาจเฉพาะอย่าง มอบอำนาจครั้งเดียว มอบให้กระทำการครั้งเดียวตามกฎหมาย มิใช่เป็นการมอบอำนาจทั่วไป หรือมอบหลายครั้ง หรือให้กระทำการหลายครั้ง เมื่อปิดอากรแสตมป์ 5 บาท จึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ 2. เอกสาร จ.1 (สัญญาผ่อนชำระหนี้ที่จำเลยค้ำประกัน) เมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ประมวลรัษฎากรก็มิได้ห้ามมิให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง มิได้บัญญัติว่าต้องปิดอากรแสตมป์ก่อนหรือระหว่างการนำเข้าสืบจึงจะใช้ได้โจทก์จึงอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ 3. นายจือซิงมิได้ชำระเงินให้โจทก์ตามเอกสาร จ.1 เลย และเมื่อได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน แต่นายจือซิงมิได้ชำระตามกำหนด นายจือซิงจึงตกเป็นผู้ผิดนัด เมื่อนายจือซิงลูกหนี้ผิดนัด โจทก์จึงชอบที่จะเรียกให้จำเลยผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้นหาจำต้องฟ้องลูกหนี้ก่อนไม่ และนอกจากนี้ก็ไม่ปรากฏว่าผู้ค้ำประกันขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน แต่จำเลยกลับว่าไม่ทราบว่านายจือซิงอยู่ที่ไหน จะมีเงินพอชำระหนี้ได้หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ต้องฟ้องนายจือซิงก่อนจึงจะฟ้องผู้ค้ำประกันได้นั้นจึงฟังไม่ขึ้น 4. เมื่อนายจือซิงผิดนัดชำระหนี้เงิน นายจือซิงก็ต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด ร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยค้ำประกันโดยมิได้จำกัดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดการค้ำประกันของจำเลยจึงคุ้มถึงดอกเบี้ยซึ่งนายจือซิงค้างชำระด้วยดังนั้น ไม่ว่าโจทก์จะมีหลักฐานในการทวงถามจำเลยหรือไม่ จะพอฟังว่าได้ทวงถามจำเลยแล้วหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็รับผิดในดอกเบี้ยที่ค้างด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนั้นเกินคำขอ (เพราะระยะเวลานับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 ถึงวันฟ้องนั้น โจทก์ขอไว้เพียง 2,272.50 บาท ซึ่งที่ถูกน่าจะคำนวณได้มากกว่านั้น) พิพากษาแก้เฉพาะดอกเบี้ย ให้จำเลยใช้ในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 เมษายน 2500 ถึงวันฟ้อง แต่ไม่เกิน 2,272.50 บาท และนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าทนายความชั้นนี้ 250 บาทแทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2506 นางเหลี่ยนม้อย แซ่ลี้ โดยนายชอบ วิเชียรรัตน์ โจทก์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางยุกผิ่น แซ่ฮี่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเหลี่ยนม้อย แซ่ลี้ โดยนายชอบ วิเชียรรัตน์ · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางยุกผิ่น แซ่ฮี่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 2610/2538ฎีกา 462/2507ฎีกา 1302/2535ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา