⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1273/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2506

ป.อาญา ม.84, 326, 328 · ป.วิ.อาญา ม.158

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกล่าวข้อความหมิ่นประมาทต่อบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการนำไปลงพิมพ์และโฆษณา โดยจำเลยไม่ได้ใช้บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงให้พิมพ์ จำเลยจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 เท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 328.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกล่าวข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นต่อบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แล้วบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นำข้อความนั้นไปลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่ตนเป็นบรรณาธิการ และนำออกโฆษณาโดยไม่ปรากฎว่า จำเลยได้ ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงพิมพ์ให้พิมพ์ข้อความนั้นแต่ประการใด ดังนี้ จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 326 เท่านั้น หาผิดตาม มาตรา 328 ด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่มีสิทธิใช้ยศร้อยตำรวจโท ได้ อ้างแสดงว่าตนมียศเป็นร้อยตำรวจโทเพื่อให้นายวินัย เอี่ยมจิตร และคนทั้งหลายเชื่อเช่นนั้น และกล่าวฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทมีใจความว่า จำเลยได้ใส่ความหมายนายเลื่องบุญ ศราภัยวนิช ต่อนายไชยยง ชวลิต ผู้อำนาจการบริษัทไทยพาณิชยการ จำกัด และนายชาญ สินสุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามนิกรว่า นายเลื่องบุญเป็นผู้นำคนไทยจำนวนหนึ่ง ไปทัศนาจรประเทศอินเดีย แล้วคนไทยถูกเจ้าพนักงานศุลกากรอินเดีย ยึดทองคำที่นำติดตัวไปนั้นเก็บไว้และออกใบรับให้ ต่อมานายเลื่องบุญได้หลอกลวงเอาใบรับไปยื่นขอรับทองคำจากเจ้าพนักงานศุลกากรอินเดียเอง ในทำนองสุจริต ทั้งนี้ จำเลยกระทำโดยประสงค์ต่อผลในการหมิ่นประมาทนั้นว่า นายไชยยงกับนายชาญจะต้องนำข้อความดังกล่าวออกโฆษณาด้วย เอกสารหนังสือพิมพ์ไทยและสยามนิกรต่อมานายไชยยง และนายชาญ ได้โฆษณาข้อความนั้น ในหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ทำให้นายเลื่องบุญเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖,๓๒๖,๓๒๘ จำเลยให้การปฏิเสธ นายเลื่องบุญ ศราภัยวนิช ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมเฉพาะข้อหาตามมาตรา ๓๒๖,๓๒๘ ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๒๖,๓๒๘ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๒๘ ซึ่งเป็นบทหนัก รอการลงโทษ ส่วนข้อหาตามมาตรา ๓๒๖ ให้ยก โจทก์ร่วมอุทธรณ์ให้ลงโทษหนักขึ้น และอย่ารอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยกล่าวข้อความแก่นายไชยยง แล้วนายไชยยงได้นำข้อความนั้นไปลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่ตนเป็นบรรณาธิการนั้น จำเลยหาควรมีความผิดตามมาตรา ๓๒๘ ด้วยไม่ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา + พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๒๖ สำหรับข้อหาฐานใช้ยศร้อยตำรวจโท โดยไม่มีสิทธินั้น ผู้ว่าคดีโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงเป็นอันยุติ ผู้ว่าคดีโจทก์ ฎีกาขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๒๘ ประกอบกับมาตรา ๘๔ ศาลฎีกาเห็นว่า นอกจากศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ดังกล่าวยังเห็นอีกว่า ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยได้ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือได้กระทำด้วยวิธีอื่นใดต่อนายไชยยงให้พิมพ์ข้อความนั้นแต่ประการใด ทั้งพยานโจทก์และโจทก์ร่วมก็มิได้เบิกความว่าจำเลยได้กระทำเช่นนั้น จำเลยจึงยังไม่ควรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๔ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2506 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นายเลื่องบุญ ศราภัยวนิช โจทก์ร่วม ร้อยตำรวจตรีดนัย หาสตะนันท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · โจทก์ร่วม - นายเลื่องบุญ ศราภัยวนิช · จำเลย - ร้อยตำรวจตรีดนัย หาสตะนันท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรมานุวัตน์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสมคิด ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเนติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา