⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1346/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิครอบครองที่ดินตามมาตรา 1382 ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนั้น จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยเสียค่าตอบแทนแล้วไม่ได้ ตามมาตรา 1299 วรรค 2

ย่อคำพิพากษา

สิทธิครอบครองที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้น กฎหมายยังมิได้รับรองอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะได้จดทะเบียนสิทธินั้นแล้ว สิทธิครอบครองอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น อาจจะยกขึ้นต่อสู้เจ้าของที่ดินเดิม (ผู้โอน) ได้ แต่จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอก (ผู้รับโอน) ซึ่งได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทน และโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 แล้วไม่ ได้ เพราะสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้น ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 ซึ่งเป็นบทยกเว้นหลักกฎหมายทั่วไปที่ว่า "ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน"

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องความว่า ที่ดินพิพาท(มีโฉนด) เดิมเป็นของนายสมัย นายสมัยขายให้นายเล็ก นายเล็กขายให้โจทก์โดยมิได้โอนโฉนดกันเลย ซึ่งโจทก์ได้ครอบครองจนได้กรรมสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิ ต่อมาวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๕ โจทก์ทราบว่านายสมัยเจ้าของเดิมได้นำโฉนดที่ดินพิพาทไปทำสัญญาขายให้จำเลย จึงฟ้องขอให้ศาลสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้ถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากนายสมัยเจ้าของเดิม ให้จดทะเบียนโอนโฉนดต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยสุจริต ย่อมมีสิทธิดีกว่าโจทก์ซึ่งยังมิได้จดทะเบียนสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยต่อสู้ว่าได้สิทธิทางทะเบียนมาโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนโจทก์ไม่มีทางนำสืบหักล้างข้อนี้ เพราะมิได้บรรยายฟ้องเป็นประเด็นไว้ ไม่มีทางชนะคดีจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิครอบครองของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา๑๓๘๒ อันยังมิได้จดทะเบียนอาจยกขึ้นต่อสู้นายสมัยเจ้าของเดิมได้ แต่จะยกขึ้นต่อสู้จำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้รับโอนที่พิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ เพราะกฎหมายยังมิได้รับรองสิทธิของโจทก์อย่างเด็ดขาดจนกว่าโจทก์จะได้จดทะเบียนสิทธิของโจทก์แล้ว และที่โจทก์ฎีกาว่านายสมัยเจ้าของเดิมยังไม่สามารถเรียกร้องที่พิพาทคืนจากโจทก์ ฉะนั้น การที่นายสมัยเอาที่พิพาทไปโอนขายให้จำเลย จำเลยย่อมไม่มีสิทธิดีกว่านายสมัย นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์อ้างการได้สิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๒ นั้น ก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๙๙ ด้วย เพราะมาตรา ๑๒๙๙ เป็นบทยกเว้นจากหลักทั่วไปที่ว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2506 นายซบ หรือ บุญส่ง เล็กสุวรรณ โจทก์ นายพัชรี วงษ์สันติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซบ หรือ บุญส่ง เล็กสุวรรณ · จำเลย - นายพัชรี วงษ์สันติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุจิณ เมฆวิชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1658/2534ฎีกา 663/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา