⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 156/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อประโยชน์แก่กสิกรรมตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ประมูลทำการประมงในคลองที่พิพาทได้ จำเลยและราษฎรอีกมากเป็นเจ้าของนาหลายพันไร่ต้องอาศัยใช้น้ำในคลองนี้ทำนา ตอนปากคลองมีทำนบปิดกั้นน้ำไว้เพื่อใช้ทำนา ถัดออกไปเป็นที่ตั้งจิบสำหรับจับปลาของโจทก์ เมื่อน้ำในคลองเริ่มลดลง ราษฎรเจ้าของนายื่นคำร้องขอให้เปิดทำนบเพื่อกักน้ำไว้หล่อเลี้ยงต้นข้าวก่อนนายอำเภอสั่งให้ปิดทำนบ ราษฎรเกรงว่าถ้ารอช้าต้นข้าวจะเสียหาย จำเลยกับเจ้าของนาหลายคนจึงช่วยกันปิดทำนบเสีย น้ำจึงไม่ไหลไปยังจิบของโจทก์ โจทก์จับปลาไม่ได้ การที่จำเลยปิดทำนบนี้จะรอให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งอาจจะไม่ทันการ และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่กสิกรรม กฎหมายให้ปิดเองได้ ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 22 ซึ่งมีมาตรา 10 วรรค 2 สนับสนุนด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.10 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ประมูลทำการประมงที่คลองบางแก้วได้ จำเลยและราษฎรอีกมากเป็นเจ้าของนาหลายพันไร่ ต้องอาศัยใช้น้ำในคลองนี้ทำนา ตอนปากคลองมีทำนบปิดกั้นน้ำไว้เพื่อใช้ทำนา สร้างด้วยเงินบำรุงท้องที่และเงินราษฎรมาได้ราว ๑๐ ปีแล้ว ถัดทำนบออกไปยังลำน้ำผักไห่เป็นที่ต้องจิบสำหรับจับปลาของโจทก์ ราวกลางเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๐ น้ำในคลองไหลออกลำน้ำผักไห่ น้ำในคลองเริ่มลดลง ราษฎรเจ้าของนายื่นคำร้องขอให้ปิดทำนบเพื่อกักน้ำไว้เลี้ยงต้นข้าว โจทก์เริ่มวางจิบจับปลาในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๐๐ น้ำไหลออกจากคลองมาก นายอำเภอก็ยังไม่มีคำสั่งให้มาปิดทำนบ ราษฎรเกรงว่าถ้ารอช้าน้ำจะไม่พอเลี้ยงต้นข้าว ต้นข้าวจะเสียหาย จำเลยกับเจ้าของนาหลายคนช่วยกันปิดทำนบเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๐ น้ำไม่ไหลไปที่จิบของโจทก์ ๆ จับปลาไม่ได้ ต่อมาวันที่ ๕ เดือนนั้น นายอำเภอสั่งให้ปิดทำนบได้ ต่อมาพอข้าวท้องแก่ จำเลยกับพวกก็เปิดทำนบ น้ำจึงไหลไปที่จิบของโจทก์ แต่ไม่มีปลาเสียแล้ว ปัญหาว่าจำเลยปิดทำนบกั้นทางเดินของสัตว์น้ำอันเป็นการขัดขวางการจับสัตว์น้ำของโจทก์โดยมิได้รับคำสั่งอนุญาตจากนายอำเภอเสียก่อนจะได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ในระหว่างวันที่ ๓ และ ๔ ธันวาคม ๒๕๐๐ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีอำนาจปิดทำนบได้ ตามพระราชบัญญัติประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สาระสำคัญในพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒๒ คือ ห้ามไม่ให้ปิดทางเดินของสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่การกสิกรรมในที่ดินของบุคคล คลองเป็นที่จับสัตว์น้ำตามมาตรา ๔ (๕) แห่งพระราชบัญญัตินี้ การที่จำเลยปิดทำนบก็เพื่อกักน้ำไว้หล่อเลี้ยงต้นข้าวในนาของจำเลยและของคนอื่น มิฉะนั้น น้ำจะไหลออกไปมาก ข้าวจะเสียหาย เป็นการที่จะต้องรีบกระทำโดยเร็ว จะรอให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งปิดอาจจะไม่ทันการและเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่กสิกรรม กฎหมายจึงให้ปิดเองได้ และตามมาตรา ๑๐ วรรค ๒ แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ก็สนับสนุนให้เห็นว่ากฎหมายมีความประสงค์ให้ความคุ้มครองแก่การทำนาไม่ให้ได้รับความเสียหาย จำเลยปิดกั้นทำนบก่อนได้รับคำสั่งอนุญาตจากนายอำเภอ จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2506 นายนะ ศรีสวัสดิ์ โจทก์ นายยุ้ย เล็กนิคม กับพวก รวม 8 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนะ ศรีสวัสดิ์ · ล. - นายยุ้ย เล็กนิคม กับพวก รวม 8 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุวัฒน์ รัตรสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายอินท์ อุดล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา