⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 158/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2506

ย่อคำพิพากษา

การสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝาก ไม่ใช่เป็นการย้ายหรือซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นหรือแกล้งให้ตนเป็นหนี้ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์เอาโฉนดที่ ๕๔๗๗ กับเรือนเลขที่ ๒๗ ปลูกในโฉนดที่ ๑๒๘๙ ให้โจทก์ยึดเป็นประกัน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ขอกู้เงินโจทก์เพิ่มอีกโดยหลอกลวงว่า บ้านเลขที่ ๒๗ เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ โดยสมบูรณ์ไม่มีภารติดอัน ยอมให้โจทก์ยึดเป็นประกัน โจทก์หลงเชื่อจึงให้กู้ไป ต่อมาโจทก์จึงทราบว่าความจริงเรือนเลขที่ ๒๗ พร้อมโฉนด ๑๒๘๙ นั้น จำเลยที่ ๑ ขายฝากจำเลยที่ ๒ ไว้แล้วก่อนวันจำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เงินโจทก์ถึง ๒ เดือนเศษ เมื่อโจทก์ทวงถามให้ชำระเงินกู้ จำเลยที่ ๑ กลับสมคบกับจำเลยที่ ๒ แกล้งจดทะเบียนขายฝากเรือนและที่ดินเพิ่มราคาขึ้น และเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน จำเลยทั้งสองสมคบร่วมกัน โดยจำเลยที่ ๑ ลอบไปจดทะเบียนปลดเงื่อนไขสิทธิไถ่การขายฝากอันเป็นการโอนและสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝากที่ดินและเรือน การกระทำของจำเลยก็เพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๑, ๓๕๐, ๑๘๗, ๘๓, ๘๖ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดสมุทรปราการเห็นว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์โดยปกปิดความจริงที่ว่าบ้านหลังที่นำประกันเงินกู้ได้เอาไปขายฝากจำเลยที่ ๒ ก่อนแล้ว เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อให้กู้เงินเพิ่ม ครั้นรู้ตัวว่าถูกโจทก์ฟ้องคดีแพ่ง จำเลยที่ ๑ ก็ยอมปลดเงื่อนไขสิทธิไถ่การขายฝาก การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการฉ้อโกงและฉ้อเจ้าหนี้ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่พอฟังว่าสมคบหรือสมรู้กับจำเลยที่ ๑ พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๕๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๔๑ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๑ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อหาฐานฉ้อโกงเจ้าหนี้ตามมาตรา ๓๕๐ นั้น กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ ตั้งแต่วันขายฝากแล้ว การที่จำเลยที่ ๑ ไปจดทะเบียนสละสิทธิไถ่คืน ไม่เรียกว่าเป็นการยักย้ายทรัพย์หรือซ่อนเร้นหรือโอนทรัพยืให้ผู้อื่น เพราะสิทธิเรียกร้องไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากไม่ใช่ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ หากจะถือว่าการสละสิทธิเรียกร้องเป็นการโอน จำเลยที่ ๑ ก็โอนสิทธิเรียกร้องไปเท่านั้นไม่ใช่โอนทรัพย์ การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ผิดตามมาตรา ๓๕๐ พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ จำคุก ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ นี้ จะต้องมีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดดังที่มาตรา ๓๕๐ ระบุไว้ คือ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่น ซึ่งทรัพย์ใด หรือแกล้งให้ตนเองเป็นหนี้อันไม่เป็นจริง การสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝากไม่ใช่เป็นการย้ายหรือซ่อนเร้น และไม่เป็นการโอนให้แก่ผู้อื่น และไม่ใช่เป็นการแกล้งให้ตนเองเป็นหนี้ ฉะนั้น การสละสิทธิไถ่ถอนการขายฝากจึงไม่อาจเป็นความผิดตามมาตรา ๓๕๐ ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2506 นางมุกดา บัณฑิตกุล (หม้าย) โจทก์ นางฉิน อุ่นจิตต์ ที่ 1 นางชิต กลับงาม ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมุกดา บัณฑิตกุล (หม้าย) · ล. - นางฉิน อุ่นจิตต์ ที่ 1 นางชิต กลับงาม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายโสทิพย์ คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายเชิญ สินธุนาวา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271/2522ฎีกา 5367/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 14025/2557ฎีกา 9202/2553ฎีกา 16070-16072/2555ฎีกา 1406/2512ฎีกา 13335/2555ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 870/2518ฎีกา 2899/2543ฎีกา 6221/2545ฎีกา 8782/2558ฎีกา 2745/2523ฎีกา 490/2502ฎีกา 252/2537ฎีกา 1418/2550ฎีกา 392/2506ฎีกา 1474/2517ฎีกา 3204/2528ฎีกา 4522/2536ฎีกา 6761/2544ฎีกา 1898/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา