⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2828/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2828/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิการเช่าอาคารที่ปลูกสร้างในที่ดินราชพัสดุโดยผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียว อาจเป็นการกระทำที่ทำให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ได้รับสิทธิทำการปลูกสร้างอาคารพาณิชย์ในที่ดินราชพัสดุจากเทศบาล เมื่อสร้างเสร็จแล้วจำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะเช่าอาคารดังกล่าวอยู่เอง หรือให้บุคคลอื่นเช่าก็ได้โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้เลือกกำหนดตัวผู้เช่าและกำหนดจำนวนเงินกินเปล่าในการเช่า เป็นผู้ตกลงให้เช่าและเข้าทำสัญญากับผู้เช่าเองมิได้ทำในฐานะตัวแทนของเทศบาล เพียงแต่ต้องนำผู้เช่าไปทำสัญญาเช่ากับเทศบาลอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ถือได้ว่าสิทธิการเช่าตึกพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 หาใช่เป็นของเทศบาลไม่ การที่จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 โอนสิทธิการเช่าดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 อาจเป็นการทำให้โจทก์เจ้าหนี้มิได้รับชำระหนี้อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350, 187, 83, 86, 90, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและวินิจฉัยในประเด็นที่ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ทราบถึงสิทธินั้นแล้วร่วมกันโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไปโดยทุจริตหรือไม่แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่าสิทธิการเช่าอันถือว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งขณะเกิดเหตุเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 1 หรือไม่ หากไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการทำให้โจทก์เจ้าหนี้มิได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนย่อมไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ปัญหาข้อนี้โจทก์นำสืบฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้รับสิทธิทำการปลูกสร้างอาคารพาณิชย์(ตึกแถว 4 ชั้น) จากเทศบาลเมืองสมุทรปราการซึ่งได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ปลูกสร้างตึกแถวพิพาทในที่ดินราชพัสดุได้โดยจำเลยที่ 1 มีสิทธิที่จะเช่าตึกแถวพิพาทเองหรือนำบุคคลอื่นมาเป็นผู้เช่าก็ได้ ปรากฏตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.3 จ.4 และ จ.5ข้อ 1(1) และข้อ 2 อันแสดงว่าจำเลยที่ 1 มีสิทธิหรือมีอำนาจที่จะเอาตึกพิพาทนี้ไปให้ผู้ใดเช่าก็ได้โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องนำผู้เช่าไปทำสัญญาเช่าโดยตรงกับเทศบาลเมืองสมุทรปราการอีกครั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ตกลงให้เช่าและเข้าทำสัญญากับผู้เช่าเอง มิได้ทำในฐานะตัวแทนเทศบาลเมืองสมุทรปราการ จำเลยที่ 1 เป็นผู้เลือกกำหนดตัวผู้เช่าและกำหนดจำนวนเงินกินเปล่าในการเช่าตามความในข้อ 2 ถือได้ว่าสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทในขณะเกิดเหตุเป็นของจำเลยที่ 1เพียงแต่ต้องนำไปทำสัญญากับเทศบาลเมืองสมุทรปราการอีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเองหาใช่เป็นของเทศบาลเมืองสมุทรปราการดังจำเลยที่ 2 ที่ 3ฎีกาไม่ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2828/2531 นาง ยุ พิน พ รม อารักษ์ โจทก์ บริษัท เค.เอส . ก่อสร้าง อุดรธานี จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ยุ พิน พ รม อารักษ์ · จำเลย - บริษัท เค.เอส . ก่อสร้าง อุดรธานี จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 767/2518ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4193/2530ฎีกา 2241/2521ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 4225/2559ฎีกา 370/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3193/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา