⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1589/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้ในประเด็นใดขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น ย่อมต้องห้ามมิให้ยกขึ้นอ้างเป็นข้ออุทธรณ์หรือฎีกาในภายหลัง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยกล่าวว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุและได้บอกเลิกการเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย คำบอกกล่าวท้ายฟ้องหากมีจริงก็เป็นเอกสารทำขึ้นโดยมิชอบในภายหลัง ดังนี้ จำเลยหาได้ต่อสู้ว่า โจทก์ได้บอกกล่าวจำเลย แต่เป็นการบอกกล่าวที่ไม่ให้โอกาสจำเลยรู้ตังก่อนระยะเวลาเก็บค่าเช่าระยะหนึ่งไม่ เมื่อจำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ดังนั้น จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225,249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องมีความสำคัญว่า จำเลยทั้งสามได้รับโอนสิทธิการเช่าตึกแถวของโจทก์เพื่อการค้ามาจากบิดาของจำเลย บัดนี้ สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไปจึงมีหนังสือบอกเลิกการเช่า ให้จำเลยออกไปจำเลยได้รับหนังสือแล้ว แต่ไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย คำบอกกล่าวตามสำเนาท้ายฟ้องหากมีก็เป็นเอกสารที่กระทำโดยมิชอบในภายหลัง และไม่เคยส่งคำบอกกล่าวและต่อสู้ในข้ออื่น ๆ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์บอกเลิกการเช่าแก่จำเลยแล้ว และเห็นว่าข้อต่อสู้อื่น ๆ ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาให้ขับไล่ จำเลยและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาว่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยทราบล่วงหน้า ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ หรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้ออุทธรณ์ว่า การบอกกล่าวของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ นั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสุ้ไว้ในศาลชั้นต้น และมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่รับวินิจฉัยให้ คงพิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาในปัญหาเดียวกันนี้อีก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยคงมีเพียงว่า โจทก์ไม่เคยส่งคำบอกกล่าวแก่จำเลยและคำบอกกล่าวท้ายฟ้องได้กระทำขึ้นเองโดยมิชอบในภายหลัง หาได้ต่อสู้ว่า โจทก์ได้บอกกล่าวจำเลยแต่เป็นการบอกกล่าวที่ไม่ให้โอกาสจำเลยรู้ตัวก่อนชั่วระยะเวลาเก็บค่าเช่าระยะหนึ่งไม่ ปัญหาที่จำเลยฎีกามาจึงมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น และมิใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจะรับไว้วินิจฉัยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2506 พระองค์เจ้าภานุพันธ์ยุคล กับพวก โจทก์ นางสาวนันทพร แซ่แต้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระองค์เจ้าภานุพันธ์ยุคล กับพวก · จำเลย - นางสาวนันทพร แซ่แต้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · การุณย์นราทร · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเพียบ สุจารีกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 4484/2536ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา