⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1636/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1636/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรทุกน้ำหนักเกินอัตรา ไม่เป็นเหตุให้ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น หากความเสียหายนั้นมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย แต่เกิดจากเหตุสุดวิสัย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถบรรทุกน้ำมันซึ่งมีผู้เสียหายขออาศัยโดยสารมาด้วย ระหว่างทางรถตกหลุมแหนบหักไปค้ำคันส่ง ทำให้รถเฉไปชนหลักกิโลเมตรข้างทางและตะแคงลง ทำให้ผู้เสียหายถึงแก่กรรม อันเป็นเหตุสุดวิสัยนั้น แม้รถจำเลยจะบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราก็ตามแต่เมื่อเหตุที่เกิดขึ้นมิได้เนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยแล้ว จำเลยก็หาต้องรับผิดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลินเล่อ ทำให้รถพลิกคว่ำเป็นเหตุให้นายสถิตย์ บุญศิริ บุตรโจทก์ซึ่งโดยสารมาด้วยถึงแก่ความตาย จึงขอเรียกค่าอุปการะและค่าสินไหมทดแทน จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อตามคำพยานจำเลยว่า จำเลยขับรถไม่เร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ เพราะพยานจำเลยได้ถูกเจ้าพนักงานสอบสวนเรียกไปสอบสวน พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเห็นว่า จำเลยที่ 1ไม่ได้ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ปัญหามีว่า การที่จำเลยที่ 1 บรรทุกน้ำหนักเกินไป 400 กิโลกรัมจะเป็นเหตุให้รถตะแคงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากพยานโจทก์และพยานจำเลยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถข้ามสะพานมาเล็กน้อย ล้อรถขวาข้างหน้าตกหลุม เป็นเหตุให้แหนบรถข้างขวาหักรถเฉไปทางขวาจำเลยที่ 1 พยายามหักพวงมาลัยไปทางซ้ายแต่ปรากฏว่าพวงมาลัยทำงานไม่ได้ โดยแหนบหักไปค้ำคันส่ง รถจึงไปชนหลักกิโลเมตรข้างทางตะแคงลง เห็นได้ว่ารถตะแคงเพราะแหนบที่หักไปค้ำคันส่งทำให้จำเลยที่ 1 บังคับรถไม่ได้ กรณีที่แหนบรถหักไปค้ำคันส่งนี้เป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยที่ 1 ไม่อาจจะรู้และไม่สามารถป้องกันได้แม้จะฟังว่าแหนบรถหักเนื่องมาจากบรรทุกน้ำหนักเกินอัตรา และรถตกหลุมก็ดี แต่กรณีดังกล่าวไม่น่าจะเป็นเหตุให้รถตะแคงเพราะปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ขับรถไม่เร็ว จำเลยที่ 1 ได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและปฏิบัติในพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเยี่ยงคนขับรถทั่ว ๆไปทั้งหลายแล้ว จึงถือได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1636/2506 นายเซ่ง บุญศิริ ที่ 1 นางถัด บุญศิริ ที่ 2 โจทก์ นายธีระ อัมพรศิลป ที่ 1 นายเอี๊ยะเซ้ง แซ่ปา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเซ่ง บุญศิริ ที่ 1 นางถัด บุญศิริ ที่ 2 · จำเลย - นายธีระ อัมพรศิลป ที่ 1 นายเอี๊ยะเซ้ง แซ่ปา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิทธิ เกตุทัต · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา