⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 170/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาท และโจทก์ชนะคดี ศาลสามารถสั่งให้ขับไล่จำเลยได้ แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องขับไล่โดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่ดินมีโฉนดเป็นกรรมสิทธิของโจทก์โดยการครอบครอง จำเลยยื่นคำคัดค้านเถียงกรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นสั่งดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาทแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน และได้เรียกค่าธรรมเนียมจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว ดังนี้ถือได้ว่า โจทก์ได้ฟ้องเรียกที่พิพาทจากจำเลย เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแอพ่ง มาตรา 142 (1) หาเป็นการเกินคำขอไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ยื่นคำร้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๔๖๑ เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนายแทน นางเทียบ นายแทนนางเทียบได้ถวายที่ดินแปลงนี้แก่โจทก์ โจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าของมาโดยสงบเปิดเผยเป็นเวลาประมาณ ๔๐ ปีแล้ว จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ นางแสวงยื่นคำร้องคัดค้านว่าที่ดินโฉนดที่ ๗๔๖๑ ไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของนายแทนนางเทียบ ความจริงเป็นของพระยาสุรินทรฯ พระยาสุรินทรฯ รับซื้อฝากจากนายแทนนางเทียบ แล้วพระยาสุรินทรฯ ขายให้นายเข่งบิดาผู้ร้องคัดค้าน นายเข่งได้เข้าครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เมื่อผู้ร้องคัดค้านอายุได้ ๘ ปี นายเข่งบิดาได้ยกที่ดินแปลงนี้ให้ผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงเข้าครอบครองโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของและปลูกบ้านในที่นี้หนึ่งหลัง ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ศาลชั้นต้นดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาท เรียกผู้ร้องว่าโจทก์ ผู้คัดค้านว่าจำเลยและฟังข้อเท็จจริงว่า นายแทนนางเทียบ ได้ยกที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปีแล้ว ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยปลูกเรือนอยู่ในฐานะอาศัยโจทก์ พิพากษาว่าที่ดินโฉนดที่ ๗๔๖๑ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยออกจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ คือให้โจทก์ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์เท่านั้น แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่จำเลยด้วย เป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้จำเลยเถียงกรรมสิทธิ์ และศาลชั้นต้นสั่งดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาท แย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยได้เรียกค่าธรรมเนียมจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องเรียกที่พิพาทจากจำเลย เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศษลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๑) คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2506 วัดชีประเสริฐ หรือวัดชีประเกิด โดยนายผดุล พาทีทิน ผู้รับมอบอำนาจจาก พระครูรัตนรังษี (ชิน สุนทโร) เจ้าอาวาส โจทก์ นางแสวง เหล่าคำ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจจาก - วัดชีประเสริฐ หรือวัดชีประเกิด โดยนายผดุล พาทีทิน · โจทก์ - พระครูรัตนรังษี (ชิน สุนทโร) เจ้าอาวาส · ล. - นางแสวง เหล่าคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายประพจน์ สุขทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ลิมปนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 5640/2540ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 4092/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา