⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1765/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นบุคคลอื่น แม้จะไม่ได้กล่าวต่อหน้า แต่บุคคลผู้ถูกกล่าวได้ยินถ้อยคำนั้น ก็ถือเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลงบันไดกุฎิเดินไปราว 9-10 วา แล้วพูดว่า "ถ้าไม่เห็นแก่ผ้าเหลืองหรือไม่ใช่พระ จะเตะให้ตกกุฏิให้หมดเลย" จำเลยกล่าวถ้อยคำเหล่านี้แก่พระภิกษุซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน แม้จะไม่ได้กล่าวต่อหน้าแต่พระภิกษุซึ่งถูกกล่าวนั้นได้ยินถ้อยคำที่จำเลยกล่าว ก็เป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจกล่าวใช่ความพระภิกษุศรีจันทร์ว่า "พระไม่มีมารยาทไม่มีศีล พระไม่มีมารยาทเช่นนี้ต้องเป็นศัตรูกัน" อันอาจทำให้พระภิกษุศรีจันทร์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังและได้กล่าวดูหมิ่นพระภิกษุศรีจันทร์ซึ่งหน้าว่า "ถ้าไม่ใช่เป็นพระและไม่เห็นแก่ผ้าเหลือง จะเตะเสียให้ตกุฏิ " ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๒๖,๓๔๓,๔๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าข้อหาฐานหมิ่นประมาท จำเลยได้กล่าวถ้อยคำว่า พระภิกษุศรีจันทร์ไม่มีมารยาท เสียมารยาท ไม่เป็นการหมิ่นประมาท ส่วนข้อหาฐานดูหมิ่น เห็นว่า พระภิกษุศรีจันทร์ พระภิกษุบุญธรรม และจำเลยต่างอยู่ในอารมณ์โกรธ และได้พูดโต้ตอบกันหลายคำ จำเลยจึงได้กล่าวว่า "นี่เกรงว่าเป็นพระถ้าไม่ใช่พระจะเตะให้ตกกุฏิให้หมด" เป็นถ้อยคำกล่าวในขณะทะเลาะด่าว่ากัน จึงไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า น่าเชื่อว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำแต่เพียง่า "พระไม่มีมายาท พระเสียมารยาท " จำเลยไม่ได้พูดว่า "พระไม่มีศีล" จึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทตามมาตรา ๓๒๖ ส่วนข้อหาว่าดูหมิ่น เชื่อว่าจำเลยได้กล่าวถ้อยคำว่า "นี่เกรงว่าเป็นพระ ถ้าไม่ใช่พระ จะเตะให้ตกกุฏิให้หมด" จริง จำเลยกล่าวถ้อยคำนี้แก่พระภิกษุซึ่งประชาชนทั่วไป ถือว่าเป็นบุคคลที่เคารพ เป็นการดูหมิ่นตามมาตรา ๓๙๓ พิพากษากลับ ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นอกจากถ้อยคำพระภิกษุศรีจันทร์ผู้เสียหายแล้ว โจทก์ยังมีพระภิกษุบุญธรรม พระภิกษุทองเตือนและพระภิกษุสำเภาเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อจำเลยลงบันไดกุฏิไปราว ๙-๑๐ วา จำเลยพูดว่า "ถ้าไม่เห็นแก่ผ้าเหลืองหรือไม่ใช่พระ จะเตะให้ตกกุฏิให้หมดเลย" เป็นการสอดคล้องกันกับคำเบิกความของพระภิกษุศรีจันทร์ รับฟังเป็นความจริงได ฯลฯ จำเลยกล่าวถ้อยคำเหล่านี้แก่พระภิกษุซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน แม้จะไม่ได้กล่าวต่อหน้า แต่พระภิกษุศรีจันทร์และพระภิกษุพยานโจทก์ก็ได้ยินถ้อยคำที่จำเลยกล่าว ย่อมเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ ฯลฯ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2506 อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายสมาน ไวยุวัตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายสมาน ไวยุวัตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2314/2529ฎีกา 725/2567ฎีกา 1398/2506ฎีกา 110/2516ฎีกา 2898/2530ฎีกา 856-857/2502ฎีกา 2256/2537ฎีกา 1105/2519ฎีกา 2264/2532ฎีกา 12603/2553ฎีกา 2292/2526ฎีกา 3775/2527ฎีกา 709/2523ฎีกา 2027/2536ฎีกา 295/2541ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 2486/2528ฎีกา 1042/2535ฎีกา 3324/2529ฎีกา 5114/2531ฎีกา 3533/2535ฎีกา 10/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา