คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ผู้เสียหายจะมิได้ชำระค่าตอบแทนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คนขับรถใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถแทนคนขับมีหน้าที่ควบคุมรับผิดชอบไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้รถคว่ำและบุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย คนขับจะต้องรับผิดในการละเมิดที่เกิดขึ้น เหตุที่เกิดการละเมิดนี้อยู่ในกรอบกิจการที่จ้าง นายจ้างจะต้องร่วมรับผิดด้วยแม้คนตายจะโดยสารรถโดยไม่ได้ชำระค่าโดยสาร ก็ไม่เป็นเหตุให้นายจ้างพ้นความรับผิด เมื่อทรัพย์สินของผู้ตายสูญหายไปซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่ลูกจ้างทำละเมิดนายจ้างจะต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายกิมเอี้ยง แซ่ลิ้มบุตรโจทก์ ได้โดยสารรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ ซึ่งมีจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับจำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้รถคว่ำและบุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้ง ๒ ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการทำศพค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูและค่าทรัพย์สินของบุตรโจทก์ซึ่งสูญหายไป
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า รถบรรทุกคันนั้นเป็นของนายกุยฮวด ซึ่งมีนายสุนทรเป็นคนขับรถ จำเลยที่ ๑ เป็นคนขนของไม่มีหน้าที่ขับรถ ทั้งนายสุนทรและจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของนายกุยฮวด การขับรถของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่เป็นการกระทำในทางการที่จ้าง คนตายอาศัยนั่งรถโดยไม่ให้เสียค่าโดยสาร จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด คนตายไม่มีทรัพย์สินติดตัว และไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้ง ๒ ชดใช้ค่าทำศพ ค่าทรัพย์สินของบุตรโจทก์ซึ่งสูญหายไปและใช้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ ๑๕๐ บาทเป็นเวลา ๑๐ ปี
โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ และนายสุนทรเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ มีส่วนเป็นเจ้าของรถคันเกิดเหตุ
การที่นายสุนทรคนขับรถใช้ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งมีหน้าที่เป็นคนขนของขับรถแทนนายสุนทรจึงมีหน้าที่ควบคุมรับผิดชอบในการขับรถนั้นไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อจำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้รถคว่ำและบุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย นายสุนทรก็ต้องรับผิดชอบในการละเมิดที่เกิดขึ้น การละเมิดของนายสุนทรนี้ย่อมนับว่าอยู่ในกรอบแห่งทางการที่จำเลยที่ ๒ จ้างจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดในการละเมิดรายนี้
การที่นายกิมเลี้ยงบุตรโจทก์โดยสารรถโดยไม่ได้จ่ายค่าโดยสารไม่เป็นผลทำให้จำเลยพ้นความรับผิดชอบ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๕๖-๑๖๕๙/๒๕๙๘
นาฬิกาและปากกาซึ่งนายกิมเลี้ยงมีติดตัวและได้สูญหายไปนั้น การสูญหายนี้เป็นผลโดยตรงจากการละเมิด จำเลยต้องรับผิดชอบใช้ให้โจทก์
การที่บังคับให้จำเลยชำระเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์เป็นรายเดือนเป็น+ ๑๐ ปีนั้นน่าจะไม่สะดวกและยุ่งยากและไม่จะไม่สะดวกและยุ่งยากทั้งโจทก์จำเลยเห็นควรกำหนดให้จำเลยใช้คราว+
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินค่า+กับปากกา ๑ ชุด เป็นเงิน๑,๘๐๐ บาท ค่าจัดการศพนายกิมเลี้ยงเป็นเงิน ๒,๕๐๐ และค่าที่โจทก์ขาดอุปการะเลี้ยงดูเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายในชั้นฎีกาให้เป็นพัน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2506
นางเฮียง แซ่ตั้ง ในฐานะตนเองและในฐานะตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจาก
นายโม๊ะเต็ง แซ่ลิ้ม ผู้สามี โจทก์
นายไทย ดวงจงที่ 1, นายเซี้ยม แซ่โง้วที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ในฐานะตนเองและในฐานะตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจาก - นางเฮียง แซ่ตั้ง · โจทก์ - นายโม๊ะเต็ง แซ่ลิ้ม ผู้สามี · จำเลย - นายไทย ดวงจงที่ 1, นายเซี้ยม แซ่โง้วที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี - นายประพจน์ สุขทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา