คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดให้ได้รับผลในการครอบครองให้บริบูรณ์ขึ้น ต้องริบตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
เรือยนต์และเชือกที่ใช้ลากจูงเรือฉลอมซึ่งบรรทุกไม้ของกลางเคลื่อนที่หรือนำออกจากที่ไปก็ดี เรือฉลอมนั้นเองก็ดี ถือว่าเป็นอุปกรณ์ทีได้ใช้ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด คือได้รับผลในการนำไปไว้ในครอบครองให้บริบูรณ์ขึ้นต้องริบ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 18 เพิ่มความเป็นมาตรา 74 ทวิแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทำและมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยและริบไม้ของกลาง ส่วนคำขอข้อให้ริบเรือยนต์ เรือฉลอม กับเชือก ๒ เส้น ให้ยก เพราะไม่ใช่อุปกรณ์ในการกระทำความผิด
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบเรือยนต์ เรือฉลอมและเชือกของกลาง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ฟังได้ตามคำรับสารภาพของจำเลยว่า เจ้าพนักงานรับจำเลยได้ในขณะที่จำเลยใช้เรือยนต์จูงลากเรือฉลอมชักลากและบรรทุกไม้พังกา (โกงกาง) ของกลาง โดยจำเลยได้นำเคลื่อนที่หรือนำออกจากที่ไปนั้น ตรงกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งใช้คำว่า "ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผล" คือ ได้รับผลในการนำไปไว้ในครอบครองให้บริบูรณ์ขึ้น ฉะนั้น เรือยนต์ เรือฉลอม และเชือกจึงเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิด พิพากษาแก้ ให้ริบเรือยนต์ เรือฉลอม และเชือกของกลาง นอกนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2506
อัยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายสมนึก สินชัย กับพวก รวม 8 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายสมนึก สินชัย กับพวก รวม 8 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สิทธิ เกตุทัต · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายไพบูลย์ นิมิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา