คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายป่าไม้ ไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้ใด หรือผู้เป็นเจ้าของได้รู้เห็นในการกระทำความผิดนั้นหรือไม่
ย่อคำพิพากษา
ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้แปรรูปไม่รับอนุญาตและริบรถยนต์ของกลางที่ใช้บรรทุกไม้นั้น ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลยขอให้ศาลสั่งคืน โจทก์แถลงรับว่าเป็นความจริง แต่จะมาขอคืนไม่ได้
ข้อความตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 18 บัญญัติเฉพาะเรื่องริบทรัพย์และมิได้มีข้อความอย่างไรเป็นพิเศษว่าการริบนั้นไม่ต้องคำนึงว่าเป็นของบุคคลใด และเจ้าของจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดนั้นหรือไม่ ผู้ร้องจึงขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
มูลกรณีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้แปรรูปไม่รับอนุญาต และริบรถยนต์ของกลางที่ใช้บรรทุกไม้นั้นคดีถึงที่สุดแล้ว
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืนรถให้แก่ผู้ร้อง
โจทก์แถลงรับว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง และผู้ร้องมิได้รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลยจริง แต่พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ เป็นกฎหมายพิเศษมีบทบัญญัติให้ริบเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๓๔ ซึ่งเป็นบทบัญญัติเป็นพิเศษให้ริบโดยมิให้คำนึงถึงว่าเป็นของผู้ใด จะได้รู้เห็นในการกระทำผิดหรือไม่ จะยกเอาประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการริบทรัพย์มาใช้บังคับไม่ได้ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติป่าไม้มาตราที่กล่าวนั้น ไม่มีข้อความชัดแจ้งดังที่โจทก์อ้าง ไม่ตัดสิทธิเจ้าของที่จะขอคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การริบทรัพย์เป็นโทษอาญาอย่างหนึ่ง การที่ผู้ร้องไม่รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลยด้วย จะปรับเอาเป็นความผิดแก่ผู้ร้องด้วยยังไม่ชอบ ผู้ร้องชอบที่จะขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ บัญญัติเฉพาะเรื่องริบทรัพย์ และไม่มีข้อความอย่างไรเป็นพิเศษว่าการริบนั้นไม่ต้องคำนึงว่าเป็นของบุคคลใด และเจ้าของจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดนั้นด้วยหรือไม่ ฉะนั้น ผู้ร้องซึ่งไม่รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลยจึงชอบที่จะขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2504
อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์
นายเด็กหาบ แซ่เหลี่ยม จำเลย
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ โดยพลตรีจิตต์ สุนทานนท์ ผู้อำนวยการ ผู้
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายเด็กหาบ แซ่เหลี่ยม · ผู้ - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ โดยพลตรีจิตต์ สุนทานนท์ ผู้อำนวยการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายศริ มลิลา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา